๑๐๘    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๐๙
สรรเสริญว่า    พระสุภูติเถระเป็นผู้ปฏิบัติอรณปฏิปทานั้นนั่นแล,   ทรง
ตั้งไว้ในฐานะอันเลิศแห่งภิกษุทั้งหลายผู้อรณวิหารีว่า    ดูก่อนภิกษุ
ทั้งหลาย   พระสุภูติ   เลิศกว่าภิกษุสาวกของเราผู้มีปกติอยู่ด้วย
อรณธรรม   ฉะนี้แล.
๓๔. อรรถกถานิโรธสมาปัตติญาณุทเทส
ว่าด้วย  นิโรธสมาปัตติญาณ
            คำว่า   ทฺวีหิ   พเลหิ - ด้วยพละ ๒  ความว่า    ด้วยสมถพละ
และวิปัสสนาพละ.
            คำว่า  สมนฺนาคตตฺตา - เพราะประกอบแล้ว    ความว่า เพราะ
ประกอบแล้ว     หรือเพราะบริบูรณ์แล้ว.
            คำว่า   ตโย  จ - สังขาร  ๓  เป็นวิภัตติวิปลาส    ท่านกล่าวแก้
ไว้ว่า   ติณฺณญฺจ   แปลว่า ๓.
            คำว่า   สงฺขารานํ - สังขารทั้งหลาย ได้แก่   วจีสังขารกายสังขาร
และจิตสังขาร.
            คำว่า   ปฏิปฺปสฺสทฺธิยา - เพื่อระงับ   ความว่า   เพื่อความสงบ
คือ   เพื่อดับ, อธิบายว่า   เพื่อไม่เป็นไป.
            คำว่า    โสฬสหิ - ญาณจริยา  ๑๖  ได้แก่    อนุปัสนา  ๘   มี
อนิจจานุปัสนาเป็นต้น,   โลกุตระ  ๘   คือ   มรรค ๔   ผล ๔   จึงรวม
เป็น ๑๖.
            คำว่า   าณจริยาหิ - ญาณจริยาทั้งหลาย  ได้แก่   ความเป็น
ไปแห่งญาณ.
            คำว่า    นวหิ - ด้วยสมาธิจริยา  ๙  ได้แก่    รูปาวจรสมาธิ  ๔
อรูปาวจรสมาธิ  ๔  กับทั้งอุปจาระอีก  ๑  จึงรวมเป็น  ๙.
            คำว่า    วสิภาวตา    ปญฺา - ปัญญาในความเป็นผู้มีความ
ชำนาญ    ความว่า    อิสริยะความเป็นใหญ่เป็นไปตามสบายโดยพลัน
ชื่อว่า    วสะ - อำนาจ,   วสะคืออำนาจนั้นมีอยู่แก่บุคคลนั้น    ฉะนั้น
ผู้นั้นชื่อว่า  วสี - ผู้มีอำนาจ,  ความเป็นแห่งบุคคลผู้มีวสี   ชื่อว่า  วสีภาวะ,
วสีภาวะนั่นแหละ    ชื่อว่า    วสิภาวตา  ดุจ ปาฏิกุลฺยเมว    ความเป็น
ของปฏิกูลนั่นแหละ  ชื่อว่า ปาฏิกุลฺยตา ฉะนั้น.   ปัญญามีตัวอย่างดังนี้
มีอธิบายว่า  ปัญญาในวสิภาวตา  คือปัญญาในความเป็นผู้มีความชำนาญ
แต่อาจารย์บางพวกทำทีฆะ  สิ อักษรแล้วสวด.
               ศัพท์ ต้องสัมพันธ์ควบกับ   สมนฺนาคตตฺตา   จ - เพราะ
ประกอบแล้วด้วย,  ปฏิปฺปสฺสทฺธิยา  จ - เพื่อระงับสังขารทั้ง  ๓ ด้วย,
าณจริยาหิ  จ - ด้วยจริยาทั้งหลายด้วย,  สมาธิจริยาหิ  จ - ด้วยสมาธิ
จริยาด้วย.