๑๐๘๒    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๐๘๓
วิปัสสนาใดเป็นอันได้แล้ว   เพราะไม่ข้องแวะส่วนสุดทั้งสอง  คือ  สัสสต-
ทิฏฐิและอุจเฉททิฏฐิในปฏิจจสมุปบาทและในธรรมอันอาศัยกันเกิดขึ้น,
และมรรคญาณใดอันได้แล้ว   ยิ่งไปกว่าวิปัสสนานั้น.   นี้เป็นฉันทะเป็น
ที่มานอนของสัตว์ทั้งหลาย.  นี้เป็นที่มานอน คือ  มรรคญาณ  นี้เป็นที่
อยู่ของสัตว์ทั้งหลาย   แม้ทั้งหมดที่อาศัยวัฏฏะและอาศัยวิวัฏฏะ.  นี้เป็น
อรรถกถาที่พวกอาจารย์เห็นพ้องด้วย.
            ส่วนอาจารย์วิตัณฑวาทีแสดงว่า       ชื่อว่ามรรคทำลายที่อยู่ไป.
ท่านยังพูดว่า   มรรคเป็นที่อยู่.    ควรถามอาจารย์ผู้นั้นว่า     ท่านเป็นผู้
กล่าวว่ามรรคเป็นที่อยู่ของพระอริยเจ้า   หรือมิใช่.       หากอาจารย์นั้น
ตอบว่า   เราไม่ได้เป็นผู้กล่าว.     ควรบอกว่า   ท่านไม่รู้  เพราะท่านไม่
ได้กล่าว.   หากตอบว่า  เราเป็นผู้กล่าว.   ควรบวกว่า  นำพระสูตรมาซิ.
หากนำมาได้   ก็เป็นการดี.   หากนำมาไม่ได้  ควรนำมาเองว่า  ทสยิเม
ภิกฺขเว   อริยวาสา,   เย   อริยา   อาวสึสุ   วา   อาวสนฺติ   วา   อาว-
สิสฺสนฺติ  วา -  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  พระอริยเจ้าทั้งหลายเหล่า
อยู่แล้ว   กำลังอยู่  หรือจักอยู่.  อริยวาสะเหล่านี้มี  ๑๐  อย่าง ดังนี้.
ความจริง   พระสารีบุตรเถระแสดงสูตรมีว่าเป็นที่อยู่ของมรรค.   เพราะ
ฉะนั้น   นั่นเป็นการกล่าวถูกต้องแล้ว.   อนึ่ง   พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรู้
๑. องฺ. ทสก. ๒๔/๑๙.
อาสยะนี้ของสัตว์ทั้งหลาย      ทั้งทรงรู้แม้ในขณะเป็นไปไม่ได้ของทิฏฐิ
เหล่านี้และวิปัสสนาญาณ  มรรคญาณอีกด้วย.  เพราะฉะนั้นแหละท่าน
จึงกล่าวบทมีอาทิว่า  กามํ  เสวนฺตํ   เยว   ชานาติ -  พระตถาคตย่อม
ทรงทราบบุคคลผู้เสพกาม.
            พึงทราบอธิบายในอนุสยนิทเทสดังต่อไปนี้.     บทว่า  อนุสยา
ชื่อว่าอนุสัย     เพราะอรรถว่ากระไร  ?   เพราะอรรถว่าการนอนเนื่อง
อะไรเล่าชื่อว่านอนเนื่อง  ?    กิเลสที่ยังละไม่ได้.    จริงอยู่   กิเลสเหล่านี้
ย่อมนอนเนื่องในสันดานของสัตว์นั้น ๆ      เพราะอรรถว่ายังละไม่ได้
เพราะฉะนั้น   ท่านจึงกล่าวว่า  อนุสัย.
            บทว่า   อนุเสนฺติ - ย่อมนอนเนื่อง  คือ   ได้เหตุอันสมควรแล้ว
จึงเกิด.   เมื่อเป็นเช่นนี้พึงมีคำพูดว่า   การกล่าวว่า   อาการที่ยังละไม่ได้
ชื่อว่าเป็นสภาพแห่งอนุสัย       และอนุสัยนั้นย่อมเกิดขึ้น    ดังนี้ไม่ถูก.
เพราะอนุสัยเกิดขึ้นไม่ได้.    คำตอบมีดังนี้   อนุสัยมิใช่อาการที่ยังละ
ไม่ได้    แต่ท่านกล่าวถึงกิเลสที่มีกำลัง    เพราะอรรถว่ายังละไม่ได้
ว่าเป็นอนุสัย.
            อนุสัยนั้น    สัมปยุตด้วยจิต   มีอารมณ์   มีเหตุ   เพราะอรรถว่า
เป็นไปกับปัจจัย   เป็นอกุศลโดยส่วนเดียว    เป็นอดีตบ้าง    อนาคตบ้าง
ปัจจุบันบ้าง  เพราะฉะนั้น  การกล่าวว่าอนุสัยเกิดขึ้นจึงถูก.   ข้อกำหนด