| ด้วยอำนาจสหชาตะ คือ การเกิดร่วมกัน. แต่ท่านกล่าวถึงโลภะเกิด |
| ในรูปาวจรธรรม และอรูปาวจรธรรม ด้วยอารมณ์เท่านั้น. |
| บัดนี้ พระสารีบุตรเถระเมื่อจะแสดงฐานะกิเลสอันนอนเนื่อง |
| ของอนุสัยตามที่กล่าวมาแล้ว จึงกล่าวบทมีอาทิว่า ยํ โลเก ดังนี้. |
| ในบทเหล่านั้นบทว่า ยํ โลเก ปิยรูปํ - อารมณ์ที่น่ารักใน |
| โลก คือ อารมณ์ที่มีสภาพน่ารักแต่กำเนิด ที่น่ารักในโลกนี้. |
| บทว่า สาตรูปํ - อารมณ์ที่น่ายินดี คือ อารมณ์ที่น่ายินดีแต่ |
| กำเนิด อันมีความชื่นชมเป็นปทัฏฐาน. |
| บทว่า เอตฺถ สตฺตานํ กามราคานุสโย อนุเสติ - กามราคา- |
| นุสัยของสัตว์ทั้งหลาย ย่อมนอนเนื่องในอารมณ์นี้ คือ กามราคานุสัย |
| มีสภาพยังละไม่ได้ของสัตว์ทั้งหลาย ย่อมนอนเนื่องในอารมณ์ที่น่า |
| ปรารถนานี้. อนึ่ง ธรรม คือ กามาวจร ท่านประสงค์เอาในบทนี้ว่า |
| ปิยรูปํ สาตรูปํ. |
| เหมือนอย่างว่า คนดำน้ำ ทั้งข้างล่างข้างบนและโดยรอบก็เป็น |
| น้ำทั้งนั้น ฉันใด. ชื่อว่าราคะเกิดในอิฏฐารมณ์ ก็ฉันนั้น เป็นความ |
| ประพฤติเป็นอาจิณของสัตว์ทั้งหลาย. การเกิดปฏิฆะในอนิฏฐารมณ์ก็ |
| เหมือนอย่างนั้น. |
| บทว่า อิติ อิเมสุ ทฺวีสุ ธมฺเมสุ - ในธรรมสองอย่างเหล่านี้ |