๑๐๘๖    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๐๘๗
ด้วยอำนาจสหชาตะ  คือ  การเกิดร่วมกัน.      แต่ท่านกล่าวถึงโลภะเกิด
ในรูปาวจรธรรม   และอรูปาวจรธรรม   ด้วยอารมณ์เท่านั้น.
            บัดนี้  พระสารีบุตรเถระเมื่อจะแสดงฐานะกิเลสอันนอนเนื่อง
ของอนุสัยตามที่กล่าวมาแล้ว   จึงกล่าวบทมีอาทิว่า   ยํ   โลเก   ดังนี้.
            ในบทเหล่านั้นบทว่า  ยํ  โลเก   ปิยรูปํ  -  อารมณ์ที่น่ารักใน
โลก    คือ  อารมณ์ที่มีสภาพน่ารักแต่กำเนิด   ที่น่ารักในโลกนี้.
            บทว่า  สาตรูปํ - อารมณ์ที่น่ายินดี   คือ  อารมณ์ที่น่ายินดีแต่
กำเนิด    อันมีความชื่นชมเป็นปทัฏฐาน.
            บทว่า  เอตฺถ   สตฺตานํ   กามราคานุสโย  อนุเสติ - กามราคา-
นุสัยของสัตว์ทั้งหลาย   ย่อมนอนเนื่องในอารมณ์นี้   คือ  กามราคานุสัย
มีสภาพยังละไม่ได้ของสัตว์ทั้งหลาย        ย่อมนอนเนื่องในอารมณ์ที่น่า
ปรารถนานี้.   อนึ่ง  ธรรม  คือ  กามาวจร   ท่านประสงค์เอาในบทนี้ว่า
ปิยรูปํ   สาตรูปํ.
            เหมือนอย่างว่า   คนดำน้ำ   ทั้งข้างล่างข้างบนและโดยรอบก็เป็น
น้ำทั้งนั้น  ฉันใด.  ชื่อว่าราคะเกิดในอิฏฐารมณ์  ก็ฉันนั้น  เป็นความ
ประพฤติเป็นอาจิณของสัตว์ทั้งหลาย.     การเกิดปฏิฆะในอนิฏฐารมณ์ก็
เหมือนอย่างนั้น.
           บทว่า   อิติ  อิเมสุ  ทฺวีสุ  ธมฺเมสุ - ในธรรมสองอย่างเหล่านี้
ก็อย่างนี้  คือ  ในธรรมเป็นอิฏฐารมณ์และอนิฏฐารมณ์สองอย่าง  ก็อย่าง
นั้น.
            บทว่า  อวิชฺชา  อนุปติตา - อวิชชาตกไปตาม  คือ  อวิชชา-
สัมปยุตด้วยกามราคะและปฏิฆะตกไปตาม   คือ  ไปตามด้วยสามารถทำให้
เป็นอารมณ์.    ปาฐะ   ท่านตัดบทเป็น  อวิชฺชา  อนุปติตา    อนุคตา
ก็มี.
            บทว่า   ตเทกฏฺโ€ -  ตั้งอยู่ร่วมกันกับอวิชชานั้น  คือ    ตั้งอยู่
โดยความเป็นอันเดียวกับอวิชชานั้น     ด้วยตั้งอยู่เป็นอันเดียวกัน  เพราะ
เกิดร่วมกัน.
            บทว่า   มาโน   จ   ทิฏฺ€ิ   จ   วิจิกิจฺฉา   จ   ได้แก่   นานะ  ๙
ทิฏฐิ  ๖๒  วิจิกิจฉา  ๘.   โยชนาแก้ว่า   มานะ  ทิฏฐิ   วิจิกิจฉาตั้งอยู่ร่วม
กันกับอวิชชานั้น.
            บทว่า   ทฏฺ€พฺพา - พึงเห็น คือ  พึงดู  พึงตามลงไป.    ทำทั้ง
๓  ร่วมกันให้เป็นพหุวจนะ.   อนึ่ง  ภวราคานุสัยในนิทเทสนี้   พึงทราบ
ว่า   ท่านสงเคราะห์ด้วยกามราคานุสัย.
            [๒๘๐]   พึงทราบวินิจฉัยในจริตนิทเทส   ดังต่อไปนี้.     เจตนา
๑๓  เป็นปุญญาภิสังขาร.   เจตนา ๑๒ เป็นอปุญญาภิสังขาร.    เจตนา  ๔
เป็นอาเนญชาภิสังขาร.