| ในบทเหล่านั้น กามาวจรเป็นปริตตภูมิ. นอกนั้นเป็นมหาภูมิ. |
| อีกอย่างหนึ่ง พึงทราบว่า ในอภิสังขาร ๓ เหล่านี้ อภิสังขาร |
| อย่างใด มีวิบากน้อย เป็นปริตตภูมิ. มีวิบากมากเป็นมหาภูมิ. |
| [๒๘๑] พึงทราบวินิจฉัยในอธิมุตตินิทเทส ดังต่อไปนี้. |
| บทว่า สนฺติ ได้แก่ มีอยู่. |
| บทว่า หีนาธิมุตฺติกา - มีอธิมุตติเลว คือ มีอัธยาศัยลามก. |
| บทว่า ปณีตาธิมุตฺติกา - มีอธิมุตติประณีต คือ มีอัธยาศัยงาม. |
| บทว่า เสวนฺติ - ย่อมเสพ คือ อาศัย เกี่ยวข้อง. |
| บทว่า ภชนฺติ - ย่อมคบ คือ ห เข้าไปนั่งใกล้. |
| บทว่า ปยิรุปาสนฺติ - เข้าไปหา คือ ไปหาบ่อย ๆ. |
| หากว่า อาจารย์และอุปัชฌาย์ เป็นผู้ไม่มีศีล. อันเตวาสิกและ |
| สัทธิวิหาริก เป็นผู้มีศีล. เขาจะไม่เข้าไปหาแม้อาจารย์และอุปัชฌาย์ |
| ของตน. จะเข้าไปหาภิกษุผู้สมควรเช่นกับตนเท่านั้น. |
| หากว่า อาจารย์และอุปัชฌาย์ เป็นภิกษุสมควรคือมีศีล ภิกษุ |
| นอกนั้นไม่สมควร. ภิกษุเหล่านั้นก็จะไม่เข้าไปหาอาจารย์และอุปัชฌาย์ |
| จะเข้าไปหาภิกษุผู้มีอธิมุตติเลว เช่นกับตน. |
| อนึ่ง การเข้าไปหาอย่างนี้มิได้มีแต่ในบัดนี้เท่านั้น. พระสารี- |
| บุตรเถระเพื่อแสดงว่า แม้ในอดีตและอนาคตก็มี จึงกล่าวบทมีอาทิว่า |
| อตีตมฺปิ อทฺธานํ - กาลอันยาวนาน แม้ล่วงแล้ว. |