๑๐๘๘    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๐๘๙
            ในบทเหล่านั้น   กามาวจรเป็นปริตตภูมิ.   นอกนั้นเป็นมหาภูมิ.
            อีกอย่างหนึ่ง   พึงทราบว่า   ในอภิสังขาร ๓ เหล่านี้   อภิสังขาร
อย่างใด   มีวิบากน้อย   เป็นปริตตภูมิ.   มีวิบากมากเป็นมหาภูมิ.
            [๒๘๑]  พึงทราบวินิจฉัยในอธิมุตตินิทเทส    ดังต่อไปนี้.
            บทว่า  สนฺติ  ได้แก่    มีอยู่.
            บทว่า  หีนาธิมุตฺติกา -  มีอธิมุตติเลว  คือ  มีอัธยาศัยลามก.
            บทว่า  ปณีตาธิมุตฺติกา  -  มีอธิมุตติประณีต  คือ  มีอัธยาศัยงาม.
            บทว่า   เสวนฺติ  -  ย่อมเสพ  คือ  อาศัย   เกี่ยวข้อง.
            บทว่า   ภชนฺติ - ย่อมคบ  คือ ห เข้าไปนั่งใกล้.
            บทว่า   ปยิรุปาสนฺติ  -  เข้าไปหา  คือ  ไปหาบ่อย ๆ.
            หากว่า   อาจารย์และอุปัชฌาย์  เป็นผู้ไม่มีศีล.   อันเตวาสิกและ
สัทธิวิหาริก    เป็นผู้มีศีล.     เขาจะไม่เข้าไปหาแม้อาจารย์และอุปัชฌาย์
ของตน.   จะเข้าไปหาภิกษุผู้สมควรเช่นกับตนเท่านั้น.
            หากว่า   อาจารย์และอุปัชฌาย์   เป็นภิกษุสมควรคือมีศีล   ภิกษุ
นอกนั้นไม่สมควร.    ภิกษุเหล่านั้นก็จะไม่เข้าไปหาอาจารย์และอุปัชฌาย์
จะเข้าไปหาภิกษุผู้มีอธิมุตติเลว   เช่นกับตน.
            อนึ่ง  การเข้าไปหาอย่างนี้มิได้มีแต่ในบัดนี้เท่านั้น.    พระสารี-
บุตรเถระเพื่อแสดงว่า   แม้ในอดีตและอนาคตก็มี    จึงกล่าวบทมีอาทิว่า
อตีตมฺปิ  อทฺธานํ -  กาลอันยาวนาน   แม้ล่วงแล้ว.
            ในบทเหล่านั้น  บทว่า   อตีตมฺปิ   อทฺธานํ  คือ    ในอดีตกาล.
บทที่เหลือ   มีอรรถง่ายทั้งนั้น.   ถามว่า   ผู้ทุศีลเสพผู้ทุศีล.  ผู้มีศีลเสพ
ผู้มีศีล.    ผู้มีปัญญาทรามเสพผู้มีปัญญาทราม   ผู้มีปัญญาเสพผู้มีปัญญา
ใครกำหนดไว้   ตอบว่า   ธาตุแห่งอัธยาศัยกำหนดไว้.
            พึงทราบวินิจฉัยในภัพพาภัพพนิทเทส  ดังต่อไปนี้.   พระสารี-
บุตรเถระเพื่อแสดงสิ่งที่ควรทั้งก่อนแล้วแสดงสิ่งที่ควรถือเอาในภายหลัง
จึงแสดงอภัพพสัตว์ก่อน   นอกลำดับแห่งอุทเทส.   แต่ในอุทเทส   ท่าน
ประกอบ  ภัพพ   ศัพท์  ก่อน  ด้วยสามารถลักษณะนิบาตเบื้องต้นแห่งบท
ที่น่านับถือและบทมีอักขระอ่อนในทวันทวสมาส.
            [๒๘๒ - ๒๘๓ ]   บทว่า   กมฺมาวรเณน    ด้วยธรรมเป็นเครื่อง
กั้น  คือ  กรรม  ได้แก่   อนันตริยกรรม  ๕ อย่าง.
            ชื่อว่า   สุมนฺนาคตา - ประกอบแล้ว  คือ  มีความพร้อมแล้ว.
            บทว่า   กิเลสาวรเณน  - ด้วยธรรมอันเป็นเครื่องกั้น  คือ  กิเลส
ได้แก่  นิยตมิจฉาทิฏฐิ.  ทั้งสองบทนี้   ชื่อว่า อาวรณะ   เพราะกั้นสวรรค์
และมรรค.   แม้กรรมมีการประทุษร้ายภิกษุณีเป็นต้น  ท่านก็สงเคราะห์
ด้วยธรรมเป็นเครื่องกั้น  คือ กรรมนั่นแหละ.
            บทว่า   วิปากาวรเณน -  ด้วยธรรมเป็นเครื่องกั้น   คือ   วิบาก
ได้แก่   อเหตุกปฏิสนธิ.    เพราะการแทงตลอดอริยมรรค   ย่อมไม่มีแม้