๑๐๙๔    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๐๙๕
ออกจากกายเบื้องล่าง    ด้วยอภิญญาญาณ   สายน้ำจะพุ่งออกจากกายเบื้อง
ล่างพร้อมกับอธิฏฐาน.    แม้ในบททั้งสอง    ท่านกล่าวว่า    พุ่งออกโดย
ไม่ขาดสาย.   ภวังคจิต ๒  ดวง  ย่อมเป็นไปในระหว่างอธิฏฐานและการ
คำนึง   เพราะฉะนั้นแหละ  กองไฟและสายน้ำ   จึงพุ่งออกเป็นคู่    ไม่
ปรากฏระหว่าง .   ก็การกำหนดภวังคจิตไม่มีแก่สาวกเหล่าอื่น.
            บทว่า   ปุรตฺถิมกายโต  -  จากพระกายเบื้องหน้า    คือ   จากข้าง
หน้า.   ปจฺฉิมกายโต - จากพระกายเบื้องหลัง   คือ   จากข้างหลัง.
            บทมีอาทิว่า  ทกฺขิณอกฺขิโต    วามอกฺขิโต - จากพระเนตรเบื้อง
ขวา  จากพระเนตรเบื้องซ้าย  เป็นปาฐะสมาส    มิใช่ปาฐะอื่น.  ปาฐะว่า
ทกฺขิณนาสิกาโสตโต    วามนาสิกาโสตโต - จากพระนาสิกเบื้องขวา
จากพระนาสิกเบื้องซ้ายดังนี้   เป็นปาฐะดี.   พระอาจารย์ทั้งหลายกล่าว
ทำเป็นรัสสะบ้าง.
            ในบทว่า  อํสกูฏโต - จากจะงอยพระอังสานี้   มีความดังนี้ .  ชื่อว่า
กูฏะ - จะงอย   เพราะอรรถว่าสูงขึ้น  ดุจยอด.  จะงอย   คือ   อังสานั่น
เอง   ชื่อว่า   อังกูฏะ.
            บทว่า   องฺคุลงฺคุเลหิ   คือ   จากพระองคุลี ๆ
            บทว่า   องฺคุลนฺตริกาหิ   คือ   จากระหว่างองคุลี.
            บทว่า เอเกกโลมโต  อคฺคิกฺขนฺโธ  ปวตฺตติ,   เอเกกโลมโต
อุทกธารา   ปวตฺตติ -  ท่อไฟพุ่งออกจากพระโลมาเส้นหนึ่งๆ .  สายน้ำ
พุ่งออกจากพระโลมาเส้นหนึ่ง  ๆ.   ท่านอธิบายว่า   ท่อไฟสายน้ำพุ่งออก
เป็นคู่  ๆ    จากพระโลมาเส้นหนึ่ง ๆ    เพราะถือเอาพระโลมาทั้งหมดด้วย
คำพูดซ้ำ ๆ.   ในบทแม้ทั้งสอง.
            แม้ในบทว่า   โลมกูปโต  โลมภูปโต  อคฺคิกฺขนฺโธ  ปวตฺตติ,
โลมกูปโต   โลมกูปโต    อุทกธารา  ปวตฺตติ - ท่อไฟพุ่งออกจากขุม
พระโลมาเส้นหนึ่ง ๆ.   สายน้ำพุ่งออกจากขุมพระโลมาเส้นหนึ่ง ๆ    ก็มี
นัยนี้เหมือนกัน.  ในหลาย ๆ คัมภีร์  ท่านเขียนไว้ว่า   ท่อไฟพุ่งออกจาก
พระโลมาเส้นหนึ่ง ๆ.   สายน้ำพุ่งออกจากขุมพระโลมาเส้นหนึ่ง  ๆ.   ท่อ
ไฟพุ่งออกจากขุมพระโลมาเส้นหนึ่ง ๆ.      สายน้ำพุ่งออกจากพระโลมา
เส้นหนึ่ง ๆ.    บทแม้นั้นก็ถูกต้อง.    แต่ปาฐะก่อนดีกว่า    เพราะแสดง
ความสุขยิ่งนักของปาฏิหาริย์.
            บทว่า   ฉนฺนํ   วณฺณานํ  -  พระรัศมีแผ่ซ่านออกจากพระวรกาย
ด้วยสามารถแห่งวรรณะ  ๖.   สัมพันธ์กันอย่าไร ?ห
           ท่านกล่าวถึงสรีราพยพ  ด้วยบทไม่น้อยมีอาทิว่า  อุปริมกาโต.
ด้วยเหตุนั้น    การสัมพันธ์ด้วยสรีราพยพ    ย่อมเป็นไปได้.    ฉะนั้น
ท่านจึงกล่าวว่า   รัศมีทั้งหลายแห่งวรรณะ  ๖   อันเป็นสรีราพยพ   ย่อม
พุ่งออกเป็นคู่  ๆ  ด้วยความสัมพันธ์ถ้อยคำ และด้วยอธิการแห่งยมกปาฏิ-
หาริย์.    อนึ่ง    ด้วยความสัมพันธ์แห่งฉัฏฐีวีภัตติ    พึงปรารถนาปาฐะ