| ผู้มีพระภาคเจ้าทั้งหลาย ผู้ตรัสรู้แล้ว ทรงเห็นอยู่ว่า โลกสันนิวาสอันไฟ |
| ติดโชนแล้ว จึงทรงแผ่พระมหากรุณาไปในหมู่สัตว์ พระผู้มีพระภาคเจ้า |
| ผู้ตรัสรู้แล้ว ทรงเห็นอยู่ว่า โลกสันนิวาสยกพลแล้ว . . .โลกสันนิวาส |
| เคลื่อนพลแล้ว . . . โลกสันนิวาสเดินผิดแล้ว . . . โลกอันชรานำเข้าไป |
| มิได้ยั่งยืน ...โลกไม่มีที่ต้านทาน ไม่เป็นใหญ่ . . .โลกไม่มีอะไรเป็น |
| ของตน จำต้องละทิ้งสิ่งทั้งปวงไป . . .โลกพร่องอยู่เป็นนิตย์ ไม่รู้จักอิ่ม |
| เป็นทาสแห่งตัณหา . . . โลกสันนิวาสไม่มีทีต้านทาน ... โลกสันนิวาส |
| ไม่มีที่เร้น ... โลกสันนิวาสไม่มีที่พึ่ง ... โลกสันนิวาสไม่เป็นที่พึ่งของใคร |
| ...โลกสันนิวาสฟุ้งซ่าน ไม่สงบ...โลกสันนิวาสมีลูกศร ถูกลูกศรเป็น |
| จำนวนมากเสียบแทงแล้ว ใครอื่นนอกจากเราผู้จะถอนลูกศรทั้งหลาย |
| ของโลกสันนิวาสนั้น เป็นไม่มี...โลกสันนิวาสมีความมืดตื้อคืออวิชชา |
| ปิดกั้นไว้ ถูกใส่เข้าไปยังกรงกิเลส ใครอื่นอกจากเราซึ่งจะแสดงธรรม |
| เป็นแสงสว่างแก่โลกสันนิวาสนั้น เป็นไม่มี. . .โลกสันนิวาสตกอยู่ใน |
| อำนาจอวิชชา เป็นผู้มืด อันอวิชชาหุ้มห่อไว้ ยุ่งดังเส้นด้าย พันกัน |
| เป็นกลุ่มก้อน นุงนังดังหญ้าปล้อง หญ้ามุงกระต่าย ไม่ล่วงพ้นสงสาร |
| คือ อบายทุคติและวินิบาต ...โลกสันนิวาสถูกอวิชชามีโทษเป็นพิษแทง |
| ติดอยู่แล้ว มีกิเลสเป็นโทษ .. . โลกสันนิวาสรกชัฏด้วยราคะโทสะและ |
| โมหะ ใครอื่นนอกจากเราผู้จะช่วยสางรกชัฏให้แก่โลกสันนิวาสนั้น เป็น |
| ไม่มี... โลกสันนิวาสถูกกองตัณหาสวมไว้...โลกสันนิวาสถูกข่ายตัณหา |
| ครอบไว้ ... โลกสันนิวาสถูกกระแสตัณหาพัดไป...โลกสันนิวาสถูกตัณหา |