| เป็นโทษ เพราะยังชีวิตที่เป็นกุศลให้พินาศไปด้วยความเกิดแห่งอกุศล. |
| พิษคืออวิชชานั่นแหละ. ชื่อว่า อวิชชามีโทษเป็นพิษ เพราะประทุษ |
| ร้ายสันดาน. ชื่อว่า อวิชชามีโทษเป็นพิษแทงติดอยู่ เพราะติดทา |
| ไว้ด้วยอนุสัยกิเลส ปริยุฏฐานกิเลสและทุจริตนั้นอย่างแรง. |
| บทว่า กิเลสกลลีภูโต - มีกิเลสเป็นโทษ ชื่อว่า กิเลสกลลํ |
| เพราะกิเลสมีอวิชชาเป็นต้น เป็นมูล เป็นกลละ คือเปือกตม เพราะ |
| อรรถว่าจม. ชื่อว่า กิเลสฺกลลี เพราะมีกิเลสนั้นเป็นดังเปือกตม. |
| เป็นอย่างนั้น. |
| บทว่า ราคโทสโมหชฏาชฏิโต - โลกสันนิวาสรกชัฏ ด้วย |
| ราคะ โทสะ โมหะ คือ ราคะ โทสะ โมหะ อันเป็นโลภะ ปฏิฆะ |
| และอวิชชา ชื่อ ชฏา เพราะเกิดบ่อย ๆ ทั้งเบื้องล่างเบื้องบนใน |
| อารมณ์มีรูปเป็นต้น ดุจรกชัฏ กล่าวคือ ข่ายกิ่งพุ่มไม้ไผ่เป็นต้น โดย |
| สภาพที่เกี่ยวพันกัน. รกชัฏด้วยความรก คือ ราคะ โทสะ และ |
| โมหะนั้น. อธิบายว่า โลกนี้ รกชัฏ คือ ผูก ร้อยรัด ด้วยความ |
| รกนั้นเหมือนไม้ไผ่เป็นต้น รกด้วยความรกของไม้ไผ่เป็นต้น. |
| บทว่า ชฎํ วิชฏตา - สะสางรกชัฏ คือ สะสาง ตัด ทำลาย |
| รกชัฏนี้ สะสางโลกอันเป็นไตรธาตุ แล้วตั้งอยู่อย่างนี้ได้. |
| บทว่า ตณฺหาสงฺฆาฏปฺปฏิมุกฺโก - โลกสันนิวาถูกกองตัณหา |
| สวมไว้ ชื่อว่า กองตัณหา เพราะตัณหานั่นและยังไม่ขาดสาย |