๑๑๑๔    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๑๑๕
เป็นโทษ   เพราะยังชีวิตที่เป็นกุศลให้พินาศไปด้วยความเกิดแห่งอกุศล.
พิษคืออวิชชานั่นแหละ. ชื่อว่า  อวิชชามีโทษเป็นพิษ  เพราะประทุษ
ร้ายสันดาน.   ชื่อว่า  อวิชชามีโทษเป็นพิษแทงติดอยู่   เพราะติดทา
ไว้ด้วยอนุสัยกิเลส   ปริยุฏฐานกิเลสและทุจริตนั้นอย่างแรง.
            บทว่า  กิเลสกลลีภูโต - มีกิเลสเป็นโทษ  ชื่อว่า   กิเลสกลลํ
เพราะกิเลสมีอวิชชาเป็นต้น   เป็นมูล   เป็นกลละ  คือเปือกตม  เพราะ
อรรถว่าจม.    ชื่อว่า    กิเลสฺกลลี     เพราะมีกิเลสนั้นเป็นดังเปือกตม.
เป็นอย่างนั้น.
            บทว่า   ราคโทสโมหชฏาชฏิโต -  โลกสันนิวาสรกชัฏ   ด้วย
ราคะ  โทสะ   โมหะ   คือ   ราคะ   โทสะ   โมหะ  อันเป็นโลภะ  ปฏิฆะ
และอวิชชา    ชื่อ    ชฏา    เพราะเกิดบ่อย ๆ    ทั้งเบื้องล่างเบื้องบนใน
อารมณ์มีรูปเป็นต้น   ดุจรกชัฏ   กล่าวคือ   ข่ายกิ่งพุ่มไม้ไผ่เป็นต้น  โดย
สภาพที่เกี่ยวพันกัน.    รกชัฏด้วยความรก    คือ   ราคะ    โทสะ    และ
โมหะนั้น.    อธิบายว่า   โลกนี้    รกชัฏ  คือ  ผูก  ร้อยรัด    ด้วยความ
รกนั้นเหมือนไม้ไผ่เป็นต้น   รกด้วยความรกของไม้ไผ่เป็นต้น.
            บทว่า   ชฎํ    วิชฏตา - สะสางรกชัฏ   คือ   สะสาง  ตัด  ทำลาย
รกชัฏนี้     สะสางโลกอันเป็นไตรธาตุ   แล้วตั้งอยู่อย่างนี้ได้.
            บทว่า   ตณฺหาสงฺฆาฏปฺปฏิมุกฺโก  - โลกสันนิวาถูกกองตัณหา
สวมไว้     ชื่อว่า    กองตัณหา   เพราะตัณหานั่นและยังไม่ขาดสาย
ยังเป็นไปแล้ว   ชื่อว่า   กอง   เพราะยังสืบต่ออยู่.   ชื่อว่า   กองตัณหา
สวมไว้   เพราะสวมเข้าไปภายใน  ในกองตัณหานั้น.
            บทว่า  ตณฺหาชาเลน   โอตฺถโฏ - โลกสันนิวาสถูกข่ายตัณหา
ครอบไว้   ชื่อว่า   ข่ายตัณหา    เพราะตัณหานั่นแหละเป็นข่าย   โดย
ร้อยรัดไว้ตามนัยดังกล่าวแล้ว   ในก่อน.  โลกสันนิวาสถูกข่าย  คือ  ตัณหา
ครอบปิดพันไว้โดยรอบ.
            บทว่า   ตณฺหาโสเตน   วุยฺหติ - โลกสันนิวาสถูกกระแสตัณหา
พัดไป   ชื่อว่า  กระแสตัณหา  เพราะตัณหานั่นแหละเป็นกระแส     โดย
คร่าไปในสงสาร,  โลกสันนิวาสถูกกระแสตัณหานั้นพัดไป  คือ  คร่าไป.
            บทว่า   ตณฺหาสญฺโชเนน   สญฺญุตฺโต - โลกสันนิวาสถูก
ตัณหาเป็นเครื่องคล้อง  คล้องไว้  ชื่อว่า  ตัณหาเป็นเครื่องคล้อง เพราะ
ตัณหานั่นแหละเป็นเครื่องคล้อง    เพราะคล้อง   คือ   ผูกสัตวโลกไว้ใน
วัฏฏะ.   โลกสันนิวาสถูกตัณหาเป็นเครื่องคล้องนั้น  คล้องไว้  คือ ผูกไว้.
            บทว่า   ตณฺหานุสเยน   อนุสโฏ - โลกสันนิวาสซ่านไปเพราะ
ตัณหานุสัย   ชื่อว่า   ตัณหานุสัย    เพราะตัณหานั่นแหละเป็นอนุสัย
โดยนอนเนื่องในสันดาน.      โลกสันนิวาสซ่านไป   ตามไป  ไปอย่าง
แรง   ด้วยตัณหานุสัยนั้น.
            บทว่า   ตณฺหาสนฺตาเปน   สนฺตปปติ - โลกสันนิวาสเดือดร้อน
ด้วยความเดือดร้อนเพราะตัณหา    ชื่อว่า  เดือดร้อน  เพราะตัณหานั่น