๑๑๒    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๑๓
            คำว่า   สมสีสฏฺเ€   าณํ - ญาณในอรรถแห่งธรรมอันสงบ
และเป็นประธาน    ความว่า   ธรรม ๓๗  ประการมีเนกขัมมะเป็นต้น
ชื่อ   สมะ - ธรรมอันสงบ,   ธรรม ๑๓ ประการมีตัณหาเป็นต้น   ชื่อ
สีสะ - ธรรมอันเป็นประธาน.  ชื่อว่า  สมะ  เพราะปัจนิกธรรมทั้งหลาย
สงบ,  ชื่อว่า   สีสะ     เพราะเป็นประธานตามสมควรแก่การประกอบ
และเพราะเป็นยอด.
            ธรรมอันสงบมีเนกขัมมะเป็นต้น    และธรรมอันเป็นประธาน
มีสัทธาเป็นต้น   ในอิริยาบถหนึ่งก็ดี   ในโรคหนึ่งก็ดี   ในชีวิตินทรีย์
หนึ่งด้วยการสืบต่อกันโดยเสมอภาคก็ดี    มีอยู่แก่ผู้นั้น   ฉะนั้น   ผู้นั้น
จึงชื่อว่า   สมสีสี   ผู้มีธรรมอันสงบและธรรมอันเป็นประธาน,   อรรถะ
คือเนื้อความแห่งสมสีสี   ชื่อว่า   สมสีสัฏฐะ   ในอรรถะแห่งสมสีสะนั้น,
อธิบายว่า  ในความเป็นสมสีสี.
            ความเป็นแห่งสมสีสีย่อมมีแก่พระอรหันต์เท่านั้นผู้ปรารภวิปัส-
สนาในอิริยาบถหนึ่ง    หรือในโรคหนึ่ง    หรือในชีวิต   ด้วยการสืบต่อ
กันโดยเสมอภาค   แล้วบรรลุมรรค ๔  ผล ๔   ในอิริยาบถนั้นนั่นเอง
หรือในโรค   ในชีวิต   ด้วยการสืบต่อกันโดยเสมอภาค    ปรินิพพานอยู่
ในขณะนั้นนั่นเอง   ฉะนั้น   ท่านจึงกล่าวไว้ว่า   ญาณในความเป็นแห่ง
สมสีสีดังนี้.   สมจริงดังที่ท่านกล่าวไว้ในปุคคลบัญญัติปกรณ์และอรรถ-
กถาแห่งปกรณ์ว่า
                   ก็บุคคลชื่อว่าสมสีสี  เป็นไฉน  ?  การสิ้น
            ไปแห่งอาสวะและการสิ้นไปแห่งชีวิตของบุคคล
            ใด  มีไม่ก่อนไม่หลังกัน   บุคคลนี้เรียกว่า  สมสีสี.
                          ฟังทราบวินิจฉัยในสมสีสีนิทเทสดังต่อไป
            นี้  คำว่า  อปุพฺพํ  อจริมํ - ไม่ก่อน  ไม่หลัง  ความว่า
            ไม่ใช้ในภายหน้า   ไม่ใช่ในภายหลัง  คือ ในคราว
            เดียวกันด้วยสามารถแห่งปัจจุบันสันตติ,  อธิบาย
            ว่า   ในคราวเดียวกันนั่นเอง.
                   คำว่า   ปริยาทานํ - การประหาณ  ได้แก่
            การสิ้นไปรอบ.
                   คำว่า  อยํ - บุคคลนี้   ความว่า   บุคคลนี้
            พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเรียกชื่อว่าสมสีสี.  ก็สมสีสี
                   บุคคลนี้นั้นมีอยู่ ๓ จำพวก   คืออิริยาปถสมสีสี ๑,
            โรคสมสีสี  ๑,  ชีวิตสมสีสี  ๑.
            บรรดาสมสีสีบุคคลทั้ง  ๓  จำพวกนั้น  บุคคลใด   กำลังจงกรมอยู่
เริ่มตั้งวิปัสสนาแล้วบรรลุพระอรหัต   ยังจงกรมอยู่นั่นเองก็ปรินิพพาน,
บุคคลใด  กำลังยืนอยู่เริ่มตั้งวิปัสสนาแล้วบรรลุพระอรหัต  ยังยืนอยู่
๑. อภิ.ปุ. ๓๖/๓๒.