๑๑๒๐    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๑๒๑
            บทว่า    วชฺชพนฺธนพนฺโธ  คือโลกสันนิวาสถูกผูกด้วยเครื่องผูก
คือ   โทษมีราคะเป็นต้น.   บทว่า   อาฆาตนปจฺจุปฏฺ€ิโต - ปรากฏอยู่ที่
ตะแลงแกง  คือ  เข้าไปปรากฏยังที่ผูก   คือมรณะ.   บทว่า โกจิ  พนฺธนํ
โมเจตา - ใครจะช่วยให้หลุดพ้นได้.    ปาฐะว่า    ใครจะช่วยให้พ้นจาก
เครื่องผูกได้ก็มี. บทว่า  อนาโถ - โลกสันนิวาสไม่มีที่พึ่ง   ชื่อว่า  อนาโถ
เพราะไม่มีที่พึ่ง   คืออิสระ.  หรือที่พึ่งอันเป็นอิสระด้วยตนเองไม่มี.  บทว่า
ปรมการุญฺปฺปตฺโต  - ควรได้รับความกรุณาอย่างยิ่ง  คือ  ถึงความควร
สงสารอย่างยิ่ง       เพราะไม่เพียงพอในการห้ามชราเป็นต้น.       บทว่า
ตาเยตา - จะเป็นผู้ช่วยต้านทาน  คือ  คุ้มกัน.   ปาฐะว่า  ตายิตา   ดีกว่า.
            บทว่า    ทุกฺขาภิตุนฺโน - โลกสันนิวาสถูกทุกข์เสียบแทง    คือ
ถูกทุกข์ไม่น้อย    มีชาติทุกข์เป็นต้นเสียบแทง    เบียดเบียน    หวั่นไหว
ยิ่ง.   บทว่า   จิรรตฺตฺปีฬิโต  -  ถูกทุกข์บีบคั้นมานาน    คือ   ถูกทุกข์
เบียดเบียนเสียดสีมาตลอดกาลนาน.
            บทว่า    คธิโต  - โลกสันนิวาลติดใจ   คือ   อยากด้วยความติดใจ
หรือผูกด้วยเครื่องผูก   คืออภิชฌากายคันถะ.  บทว่า   นิจฺจํ   ปิปาสิโต-
กระหายอยู่เป็นนิจ    คือ    อยาก   กระหาย  เพื่อจะดื่ม    เพื่อจะบริโภค
ความกระหายนั่นแหละ   คือตัณหา.   ความกระหายไม่มีระหว่าง   ชื่อว่า
ความกระหาย   คือตัณหา.
            บทว่า    อนฺโธ - โลกสันนิวาสเป็นโลกบอด  ชื่อว่า  บอด  เพราะ
ไม่มีปัญญาที่ชื่อว่าเป็นจักษุเพราะอรรถว่าเห็น.   ปัญญานั่นแหละ    ย่อม
เห็นสภาวธรรม.  บทว่า อจกฺขุโก - ไม่มีจักษุ ความเป็นผู้บอดนั้น  ไม่มี
ในภายหลัง.   ความเป็นผู้บอดนั้นนั่นเอง   คือ   เป็นผู้มีตาเหมือนไม่มีตา
ย่อมมีตามปกตินั่นแหละ.
            บทว่า   หตเนตฺโต - โลกสันนิวาสมีตาเสื่อม   ชื่อว่า   มีตาเสื่อม
เพราะไม่มีปัญญา  ที่เรียกว่า  เนตร   เพราะมีสภาพนำไป.   ท่านเรียกว่า
เนตร     เพราะนำอัตตภาพให้เห็นที่เสมอและไม่เสมอ.    นำไปสู่ทางดี
และไม่มีด้วยปัญญา.   พระสารีบุตรเถระ   เมื่อจะแสดงถึงความไม่มีเนตร
ของผู้นั้น   เพราะตาเสื่อม   จึงกล่าว   อปริณายโก   ไม่มีผู้นำ.    อธิบาย
ว่า   มีตาเหมือนไม่มี.   ท่านอธิบายว่า  ไม่มีผู้อื่นจะนำเขาไปได้.
            บทว่า    วิปถปกฺขนฺโต  -  โลกสันนิวาสแล่นไปสู่ทางผิด  ชื่อว่า
ทางผิด เพราะทางผิดหรือทางไม่เรียบ.   ชื่อว่า  แล่นไปสู่ทางผิด  เพราะ
แล่นไป  คือ  เข้าไป  เดินไปผิดทาง.  อธิบายว่า   เดินไปสู่มิจฉาทิฏฐิ  คือ
ทางผิด.
            บทว่า   อญฺชสาปรทฺโธ - หลงทางแล้ว  คือ  หลง   พลาดในทาง
คือ   ทางตรง    อันได้แก่   มัชฌิมาปฏิปทา.
            บทว่า    อริยปถํ     อาเนตา -  มาสู่ทางอริยะ    คือ   นำเข้าไป
ให้ถึงอัฏฐังคิกมรรค    อันเป็นอริยะ.
            บทว่า      มโหฆปกฺขนฺโต - โลกสันนิวาสแล่นไปสู่ห้วงโมหะ
ชื่อว่า   โอฆา   เพราะยังสัตว์ผู้มีกิเลสให้จมลงในวัฏฏะ.  ชื่อว่า   มโหฆา