๑๑๒๒    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๑๒๓
เพราะโอฆะใหญ่กว่าโอฆะปกติ. โอฆะเหล่านั้น  มี  ๔  อย่าง   คือ  กา-
โมฆะ  ๑   ภโวฆะ  ๑  ทิฏโฐฆะ ๑  อวิชโชฆะ  ๑.   ชื่อว่า   มโหฆปัก-
ขันโต   เพราะและเข้าไปสู่โอฆะใหญ่เหล่านั้น.  หรือว่า   แล่นไปสู่โอฆะ
ใหญ่  คือ  สังสารวัฏ.
            บัดนี้   พึงทราบนัยที่แปลกจากนัยหนึ่ง.   ในบทเหล่านั้น  บทว่า
ทฺวีหิ   ทิฏฺ€ิคเคหิ  -  ถูกทิฏฐิ  ๒   คือ   ถูกสัสสตทิฏฐิและอุจเฉททิฏฐิ
กลุ้มรุม.
            ทิฏฐิคตะ   ในบทนั้น   คือทิฏฐินั่นเอง  ดุจบทมีอาทิว่า   คูถคตํ
มุตฺตคตํ  -  คูถมูตร.    อีกอย่างหนึ่ง   ชื่อว่า   ทิฏฺ€ิคตํ   เพราะเพียงไป
ด้วยทิฏฐิ   เพราะไม่มีสิ่งที่ควรไป.   ความเห็นนี้เป็นไปในทิฏฐิทั้งหลาย
ชื่อว่า ทิฏฺ€ิคตํ  เพราะทิฏฐิ ๖๒    หยั่งลงในภายในบ้าง. จริงอยู่ ทิฏฐิ  ๖๒
และทิฏฐิ ๖๓   ก็เป็นทิฏฐิ  ๒  นั่นเอง   คือ  สัสสตทิฏฐิและอุจเฉททิฏฐิ.
เพราะฉะนั้น      เมื่อจะทำทิฏฐิทั้งหมดโดยย่อไว้ภายใน     ท่านจึงกล่าว
ทฺวีหิ   ทิฏฺ€ิคเตหิ.   บทว่า  ปริยุฏฺ€ิโต  -  ถูกทิฏฐิ ๒  กลุ้มรุม   คือ
ถึงความกลุ้มรุม    ถึงความปรากฏ.    อธิบายว่า    ถึงความยึดอาจาระอัน
เป็นกุศล  โดยไม่ให้เกิดขึ้น.   สมดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้มีอาทิว่า
                       ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย     เทวดาและมนุษย์
                บางพวก  ถูกทิฏฐิ  ๒   กลุ้มรุม  ย่อมติดอยู่    บาง
                พวกย่อมแล่นไป   ผู้มีจักษุย่อมเห็น.
๑. อง. นวก. ๒๓/๒๑๕. ๒. ขุ. อิติ. ๒๕/๒๒๗.
            บทว่า  ตีหิ  ทุจฺจริเตหิ  คือ  ด้วยกายทุจริต  ๓  วจีทุจริต  ๔
และมโนทุจริต  ๓.
            บทว่า วิปฺปฏปนฺโน - โลกสันนิวาสปฏิบัติผิด  ได้แก่  ปฏิบัติผิด
คือ  ปฏิบัติน่าเกลียด   ชื่อว่า  มิจฉาปฏิบัติ.  บทว่า โยเคหิ   ยุตฺโต-
โลกสันนิวาสประกอบด้วยกิเลสเครื่องประกอบ   ชื่อว่า   โยคะ   เพราะ
อรรถว่าประกอบไว้ในวัฏฏะ.  หรือ  ชื่อว่า โยคะ ด้วยอรรถดังนี้คือ  ประ-
กอบเปี่ยมด้วยโยคะเหล่านั้น.
            บทว่า   จตุโยคโยชิโต  - โลกสันนิวาสถูกกิเลสเครื่องประกอบ
๔  อย่างประกอบไว้   คือ   ประกอบไว้ในวัฏฏะ   ด้วยโยคะ  ๔  เหล่านี้
คือ   กามโยคะ   ๑   ภวโยคะ  ๑   ทิฏฐิโยคะ  ๑   อวิชชาโยคะ  ๑.  ดุจโค
ถูกผูกไว้ที่เกวียน.    ราคะประกอบด้วยกามคุณ  ๕   ชื่อว่า   กามราคะ
ฉันทราคะในรูปภพและอรูปภพ    ความใคร่ในฌาน,    ราคะสหรคตด้วย
สัสสตทิฏฐิ  ความปรารถนาด้วยอำนาจภพ   ชื่อว่า  ภวราคะ.  ทิฏฐิ   ๖๒
ชื่อว่า  ทิฏฐิโยคะ.  ความไม่รู้ในฐานะ  ๘  ชื่อว่า  อวิชชาโยคะ.  โอฆะ  ๔
เหล่านั้นมีกำลังกล้า,   โยคะ  ๔   มีกำลังอ่อน.
            บทว่า   จตูหิ คนฺเถหิ -  กิเลสเครื่องร้อยรัด  ๔  อย่าง  ชื่อว่า
คันถะ     เพราะร้อย      คือผูกผู้มีกิเลสไว้ในวัฏฏะด้วยจุติและปฏิสนธิ.
คันถะมี  ๔ อย่าง    คือ    อภิชฌากายคันถะ ๑   พยาปาทกายคันถะ  ๑
สีลัพพตปรามาสกายคันถะ ๑     อิทังสัจจาภินิเวสกายคันถะ  คือการ
ยึดถือสิ่งนี้ว่าเป็นสัจจะ  ๑.