๑๑๒๔    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๑๒๕
            ชื่อว่า   อภิชฺฌา   เพราะอรราว่าเป็นเหตุเพ่งเล็ง.    หรือเพ่งเล็ง
ด้วยตนเอ .   หรือเป็นเพียงความเพ่งเล็งเท่านั้น.   ได้แก่   โลภะนั่นเอง
ชื่อว่า    กายคันถะ   เพราะอรรถว่าร้อยนามกาย    คือ    ผูกไว้ในวัฏฏะ
ด้วยจุติและปฏิสนธิ.  ชื่อว่า   พยาปาทะ  เพราะอรรถว่าเป็นเหตุเบียดเบียน
ปองร้ายให้ถึงความพินาศ.     หรือยังความสุขอันเป็นประโยชน์แก่ความ
ประพฤติวินัย   และรูปสมบัติเป็นต้นให้ถึงความพินาศ.
            การยึดมั่นเชื่อถือว่า    ความบริสุทธิ์มีด้วยศีล    พรต    หรือศีล
และพรตของสมณพราหมณ์ภายนอก       มีด้วยประการฉะนี้      ชื่อว่า
สีลัพพตปรามาส.
            ชื่อว่า   อิทังสัจจาภินิเวสะ  เพราะอรรถว่าปฏิเสธแม้ภาษิตของ
พระสัพพัญญู   แล้วยึดถือโดยอาการมีอาทิว่า  โลกเที่ยง    นี้เท่านั้นจริง
อย่างอื่นเป็นโมฆะ.   อธิบายว่า  ร้อย  คือ  ผูกไว้ด้วยคันถะ  ๔  เหล่านั้น.
            บทว่า  จตูหิ  อุปาทาเนหิ -  ด้วยอุปาทาน   ๔  ชื่อว่า   อุปาทาน
เพราะยึดถืออย่างแรง    คือ    จับมั่น.   อุปาทานเหล่านั้น     มี   ๔  อย่าง
คือ    กามุปาทาน ๑    ทิฏฐุปาทาน  ๑   สีรลัพพตุปาทาน ๑    อัตตวาทุ
ปาทาน  ๑.   ชื่อว่า    กามุปาทาน   เพราะถือมั่นกาม    คือวัตถุ.     อนึ่ง
ชื่อว่า  กามุปาทาน  เพราะกามนั้นเป็นอุปาทาน.  ชื่อว่า  ทิฏฐุปาทาน
เพราะทิฏฐินั้นเป็นอุปาทาน.   ชื่อว่า    ทิฏฐุปาทาน   เพราะยึดมั่นทิฏฐิ
อุตตรทิฏฐิ -  ทิฏฐิอันหลัง    ยึดมั่นปุริมทิฏฐิ - ทิฏฐิมีในก่อน  ในบทมีอาทิ
ว่า   สสฺสโต  อตฺตา  จ   โลโก  จ -  อัตตาและโลกเที่ยง.   ชื่อว่า   สีลัพ-
พตุปาทาน   เพราะยึดถือศีลและพรต.   อนึ่ง  ชื่อว่า   สีลัพพตุปาทาน
เพราะศีลและพรตนั้น   เป็นอุปาทาน.  ศีลของโคและพรตของโคเป็นต้น
เป็นอุปาทาน เพราะยึดถือว่าความบริสุทธิ์ย่อมมีได้อย่างนี้.  ชื่อว่า  วาทะ
เพราะเป็นเหตุกล่าว.   ชื่อว่า   อุปาทาน   เพราะเป็นเหตุถือมั่น.   กล่าว
อะไร ?   ถือมั่นอะไร ?  กล่าวอัตตา.  การถือมั่นวาทะของตน. ชื่อว่า  อัตต-
วาทุปาทาน.    หรือชื่อว่า  อัตตวาทุปาทาน    เพราะเป็นเหตุถือมั่นว่า
ตนเป็นเพียงวาทะว่าตนเท่านั้น.      ทิฏฐิแม้ทั้งหมดเว้นทิฏฐิ   ๒   อย่าง
เหล่านี้     ชื่อว่า  ทิฎฐุปาทาน.    ด้วยอุปาทาน  ๔  เหล่านั้น.
            บทว่า   อุปาทียติ -  ถือมั่น   คือ   ถือจัด.    ปาฐะว่า   อุปาทิยติ
ก็มี.   ความว่า   สัตวโลกย่อมถือจัด  อารมณ์นั้น ๆ   ด้วยอุปาทาน.
            บทว่า   ปญฺจคติสมารุฬฺโห  - โลกสันนิวาสขึ้นสู่คติ  ๕   ชื่อว่า
คติ  เพราะไป  คือ  เข้ไปใกล้ด้วยเหตุทำดีและทำชั่ว  คือ  ขันธ์ทั้งหลาย
พร้อมด้วยการปรากฏ.    โลกสันนิวาสขึ้นสู่คติ  ๕  เหล่านี้    คือ  นรก ๑
กำเนิดเดียรัจฉาน  ๑    เปตวิสัย  ๑    มนุษย์ ๑     เทวดา  ๑     อย่างแรง
ด้วยความก้าวลง.
            บทว่า   ปญฺจหิกามคุเณหิ - ด้วยกามคุณ ๕   ด้วยส่วนแห่งวัตถุ
กาม  ๕  คือ  รูป  เสียง  กลิ่น  รส โผฏฐัพพะ.
๑. ขุ. ป. ๓๑/๓๕๔.