| ว่า ตรฺหากายา - กองตัณหา เพราะประกอบ กาย ศัพท์ ด้วยอรรถ |
| ว่าหมู่. แม้เมื่อกล่าวว่า ตัณหากายา ก็คือตัณหานั่นเอง. |
| บทว่า รชฺชติ - ย่อมกำหนัด คือ กำหนัดยินดีในอารมณ์ด้วย |
| ตนเอง. |
| บทว่า ฉหิ ทิฏฺิคเตหิ - ด้วยทิฏฐิ ๖ ท่านกล่าวไว้แล้วใน |
| สัพพาสวสูตร. ในสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า |
| เมื่อภิกษุมนสิการ โดยไม่แยบคายอย่างนี้ |
| ทิฏฐิ ๖ อย่างใดอย่างหนึ่งย่อมเกิดขึ้น. คือทิฏฐิ |
| โดยความจริง โดยความมั่นคง ย่อมเกิดแก่ภิกษุ |
| นั้นว่า อตฺถิ เม อตฺตา - อัตตาของเรามีอยู่. ทิฏฐิ |
| โดยความจริง โดยความเชื่อถือได้ ย่อมเกดแก่ |
| ภิกษุนั้นว่า นตฺถิ เม อตฺตา - อัตตาของเราไม่มี. |
| ทิฏฐิ ฯลฯ ย่อมเกิดขึ้นแก่ภิกษุนั้นว่า อตฺตนาว |
| อตฺตานํ สญฺชานามิ - เรารู้จักอัตตาด้วยตนเอง. |
| ทิฏฐิ ฯลฯ ย่อมเกิดแก่ภิกษุนั้นว่า อตฺตนาว |
| อตฺตานํ สญฺชานามิ - เรารู้จักอัตตาด้วยอนัตตา. |
| หรือทิกฏฐิ ฯลฯ ย่อมเกิดแก่ภิกษุนั้นว่า อนตฺตนาว |
| อตฺตานํ สญฺชานามิ - เรารู้จักอัตตาด้วยอนัตตา. |
| ก็อีกอย่างหนึ่ง ทิฏฐิย่อมมีแก่ภิกษุนั้น อย่างนี้ว่า |