๑๑๓๒    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๑๓๓
            อัตตาของเรานี้ใด  เป็นอัตตาที่ผู้กล่าว  ผู้รู้  ย่อมเสวย
            วิบากของกรรมทั้งหลาย      ทั้งดีและชั่วในอารมณ์
            นั้น ๆ   ก็และอัตตาของเรานี้นั้น   แน่นอน   ยั่งยืน
            เที่ยง     มีอันไม่แปรปรวนเป็นธรรมดา     จักตั้งอยู่
            เป็นความเที่ยงเสมออย่างนั้นนั่นแหละ.
             ในบทเหล่านั้น    บทว่า   อตฺถิ   เม   อตฺตา    คือ   สัสสตทิฏฐิ
ย่อมถือเอาความที่ตนมีอยู่ในกาลทั้งปวง.
            บทว่า   สจฺจโต   เถตโต  คือ   โดยความจริง    และโดยความ
มั่นคง.    ท่านอธิบายว่า    ด้วยความมั่นคงเป็นอย่างดีว่า   อิทํ   สจฺจํ-
นี้เที่ยง.
            บทว่า   นตฺติ  เม  อตฺตา  คือ  ชื่อว่าอุจเฉททิฏฐิ  เพราะถือความ
ไม่มีไม่เป็นในอัตตานั้น ๆ ของสัตว์ที่มีอยู่.   อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า สัสสตะ-
ทิฏฐิ   เพราะถือว่า   แม้ทิฏฐิก่อน ๆ  ก็มีในกาล  ๓,  อุจเฉททิฏฐิ   เพราะ
ถือว่า   ปัจจุบันเท่านั้นมี,   อุจเฉททิฏฐิ    เพราะถือว่า   แม้ทิฏฐิหลังใน
อดีตและในอนาคตก็ไม่มี    ดุจทิฏฐิของเจ้าทิฏฐิที่ถือว่า   " เถ้าถ่านเป็น
มีความเห็นเกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผล.
๑. ม. มู. ๑๒/๑๒.
            บทว่า   อตฺตนาว   อตฺตานํ   สญฺชานาติ   คือ   มีทิฏฐิว่า   เรา
ย่อมรู้จักอัตตานี้    ด้วยตนนี้   เพราะถือว่า   อัตตาในขันธ์โดยปกติ    คือ
สัญญาขันธ์   แล้วรู้จักขันธ์ที่เหลือด้วยสัญญาขันธ์.
            บทว่า   อตฺตนาว  อนฺตตานํ - มีทิฏฐิอย่างนี้    เพราะถือสัญญา-
ขันธ์นั่นแหละ    ว่าเป็นอัตตา.    ถือขันธ์ที่เหลือ  ๔ อย่างว่าเป็นอนัตตา
แล้วรู้จักขันธ์เหล่านั้นด้วยสัญญาขันธ์.
            บทว่า    อนตฺตาว    อตฺตานํ    คือ  มีทิฐิอย่างนี้    เพราะถือ
สัญญาขันธ์   ว่าเป็นอนัตตา.    ถือขันธ์ ๔   พวกนี้     ว่าเป็นอัตตา  แล้ว
รู้จักขันธ์เหล่านั้น   ด้วยสัญญาขันธ์.    ทิฏฐิแม้ทั้งหมดก็เป็นสัสสตทิฏฐิ
และอุจเฉททิฏฐินั่นเอง.
            ส่วนบทมีอาทิว่า   วโท  เวเทยฺโย - เป็นอาการของการยึดมั่น
ในสัสสตทิฏฐินั่นเอง    ในบทเหล่านั้น    ชื่อว่า   วโท   เพราะอรรถว่า
กล่าว,   ท่านอธิบายว่า   ผู้ทำวจีกรรม    ชื่อว่า   เวเทยฺโย   เพราะอรรถ
ว่ารู้     ท่านอธิบายว่า    รู้และเสวย      รู้อะไร ?   รู้วิบากของกรรมดีและ
กรรมชั่ว  ในอารมณ์นั้น ๆ.
            บทว่า   ตตฺร   ตตฺร   คือ   ในโยนิ   คติ   ฐิติ   นิวาสและนิกาย
นั้น ๆ  หรือในอารมณ์.    บทว่า  นิจฺโจ   คือ  ไม่มีเกิดดับ.   บทว่า  ธุโว
คือ   มั่นคงเป็นสาระ.