๑๑๓๔    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๑๓๕
            บทว่า  สสฺสโต  คือ  เป็นไปตลอดกาลทั้งปวง.   บทว่า  อวิ-
ปริณามธมฺโม    คือ   ไม่ละภาวะเดิมของตน     ไม่ถึงความมีประการ-
ต่าง ๆ   ดุจกิ้งก่า.
            บท  สสฺสติสมํ  ท่านกล่าว  สสฺสติโย  โดยโวหารว่า  พระ-
จันทร์   พระอาทิตย์    สมุทร   แผ่นดินใหญ่   ภูเขา   แสงสว่าง.    เสมอ
ด้วยความเที่ยง   ชื่อว่า   สสฺสติสมํ.   ทิฏฐิมีอย่างนี้   เพราะถือว่า  จัก
ตั้งอยู่ตราบเท่าที่ความเที่ยงยังปรากฏอยู่.
            แต่ในขุททกวัตถุวิภังค์     ท่านกล่าว   ทิฏฐิ ๖      แปลกออกไป
อย่างนี้ว่า  อัตตาเสวยวิบากของกรรมดีและชั่วตลอดกาลนาน   ในอารมณ์
นั้น ๆ.   อัตตานั้นไม่เกิด   มิได้มี.   อัตตานั้นไม่เกิดแล้ว  จักไม่มี.   อัตตา
เป็นของแน่นอน   ยั่งยืน    เที่ยง   มีอันไม่แปรปรวนไปเป็นธรรมดา.
หรือว่า   ทิฏฐิย่อมเกิดโดยความจริง   โดยความมั่นคงแก่ภิกษุนั้น*  ด้วย
ประการฉะนี้.
            ในบทเหล่านั้น  บทว่า   น  โส  ชาโต  นาโหสิ  คือ  อัตตานั้น
ชื่อว่าไม่เกิด   เพราะไม่เกิดเป็นธรรมดา.   อธิบายว่า  มีอยู่ทุกเมื่อ.  ด้วย
เหตุนั้น  อัตตาไม่มีในอดีต.  จักไม่มีในอนาคต.  เพราะอัตตาใดเกิดแล้ว.
อัตตานั้นได้มีแล้ว.     และอัตตาใดจักเกิดอัตตานั้นก็จักมี    ท่านกล่าวไว้
ดังนี้.
๑. อภิ. วิ. ๓๕/๑,๐๐๔.
            อีกอย่างหนึ่ง   บทว่า   น   โส  ชาโต    นาโหสิ  คือ  อัตตานั้น
ไม่เกิด   มิได้มีแล้วแม้ในอดีต   เพราะเกิดทุกเมื่อ.   แม้ในอนาคตไม่เกิด
จักไม่มี.   อนุสัยทั้งหลายมีอรรถดังได้กล่าวแล้ว.
            บทว่า  สตฺตหิ   สญฺโชเนหิ  -  ถูกสังโยชน์ ๗  คล้องไว้ ท่าน
กล่าวไว้แล้วในสัตตกนิบาต.   ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า
                   ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   สังโยชน์  ๗  เหล่านี้.
            สังโยชน์  ๗  เป็นไฉน ?  อนุนยสังโยขน์ ๑ ปฏิฆ-
            สังโยชน์  ๑ ทิฏฐิสังโยชน์ ๑  วิจิกิจฉาสังโยชน์
            มานสังโยชน์  ๑  ภวราคสังโยชน์  ๑   อวิชชาสัง-
            โยชน์  ๑.      ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย      สังโยชน์   ๗
            เหล่านี้แล.
            ในบทเหล่านั้น   บทว่า   อนุนยสญฺโชนํ    ได้แก่   กามราค-
สังโยชน์.   สังโยชน์เหล่านี้ทั้งหมดเรียกว่า สัญโญชน์ เพราะเป็นกิเลส
เครื่องผูก.
            บทว่า   สตฺตหิ   มาเนหิ   โลกสันนิวาสฟูขึ้นเพราะมานะ  ๗
ท่านกล่าวไว้แล้วในขุททกวัตถุวิภังค์.      จริงอยู่    ในวิภังค์นั้นพระผู้มี-
พระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า
๑. องฺ. สตฺตก. ๒๓/๘.