๑๑๔๐    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๑๔๑
ออกจากวุฏฐานคามินี  คือ  ออกจากอาบัติ.      แต่นั้นท่านตั้งอยู่ในความ
บริสุทธิ์แล้วจึงโจทผู้อื่น.
            บทว่า  อญฺเนญฺํ  ปฏิจรติ  - พูดจากลบเกลื่อน  คือ ปกปิด
เหตุอื่นด้วยเหตุอื่น    หรือปกปิดคำพูดด้วยคำอื่น.   โจทก์กล่าวว่า   ท่าน
ต้องอาบัติแล้ว.   ภิกษุนั้นกล่าวว่า  ใครต้องอาบัติ   ต้องอาบัติอะไร ๆ  ต้อง
อาบัติในข้อไหน    ต้องอาบัติอย่างไร.   ท่านกล่าวอะไร   ๆ  เมื่อโจทก์กล่าว
ว่า   อาบัติอะไร   ท่านก็เห็นอยู่แล้ว.     ภิกษุนั้นกล่าวว่า    เราไม่ได้ยิน
แล้วเอียงหูเข้าไป.
            บทว่า   พหิทฺธา   กถํ   อปนาเมติ -  พูดนอกเรื่อง   คือ   เมื่อ
โจทก์ถามว่า   ท่านต้องอาบัติข้อนี้หรือ.      ภิกษุกล่าวว่า    ผมจะไปเมือง
ปาตลิบุตร.     เมื่อโจทก์พูดซ้ำว่า   ผมไม่ได้ถามถึงการไปเมืองปาตลิบุตร
ของคุณ.   ผมถามอาบัติ.   ภิกษุนั้นกล่าวว่า    ต่อแต่นั้นผมจะไปพระราช-
มนเทียร.      เมื่อโจทก์กล่าวว่า   คุณจะไปพระราชมนเทียร   หรือจะไป
เรือนพราหมณ์ก็ตาม.   คุณต้องอาบัติแล้ว.   ภิกษุนั้นกล่าวคำเป็นอาทิว่า
ผมจะได้เนื้อสุกรในที่นั้น    พูดนอกเรื่องไป .
            บทว่า   โกปํ    คือ   ความโกรธ   บทว่า   โทสํ   คือ  ความประ-
ทุษร้าย.   บทที่สองนี้เป็นชื่อของความโกรธนั่นแหละ.
            บทว่า   อปฺปจจยํB>  คือ   อาการไม่พอใจ.       บทนี้เป็นชื่อของ
โทมนัส.
            บทว่า ปาตุกโรติ   คือ แสดงประกาศ.  บทว่า พาหาวิกฺเขปกํ
ภณติ  คือ  แกว่งแขนไปมาแล้วพูดคำไม่มียางอาย.   บทว่า อนาทิยิตฺวา
ความว่า  ไม่เชื่อถือด้วยความเคารพ   ดูหมิ่น   ไม่สนใจ.
            บทว่า    วิเหเสติ  คือ ให้ลำบาก   รำคาญ.   บทว่า   อติพาฬฺหํ
คือ  หนักมาก  เกินขนาด.
            บทว่า   มยิ   พฺยาวฏา   คือ  ถึงความขวนขวายในเรา.    บทว่า
หีนายาวตฺติตฺวา   คือ  เวียนมาเพื่อความเป็นคนเลว  คือ  เป็นคฤหัสถ์.
            บทว่า   อตฺตมนา  โหถ  คือ  พวกท่านจงดีใจเถิด    ภิกษุนั้น
กล่าวโดยความประสงค์ว่า   ท่านจงได้สิ่งที่ผมควรได้เถิด.   ท่านจงอยู่ใน
ที่ที่ผมควรอยู่เถิด .   ผมทำความผาสุกให้แก่พวกท่านแล้ว.   บทว่า   ทุสฺ-
สติ   คือ  ประทุษร้าย.
            บทว่า   นวหิ   อาฆาตวตฺถูหิ   ด้วยอาฆาตวัตถุ ๙  ท่านกล่าว
ด้วยสามารถการเกิดในสัตว์ทั้งหลาย.     สมดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส
ไว้ว่า.
                    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   อาฆาตวัตถุ  -  วัตถุเป็น
            เหตุอาฆาตกัน  ๙  อย่างเหล่านี้.   อาฆาตวัตถุ  ๙ อย่าง
            เป็นไฉน ?