๑๑๔๖    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๑๔๗
แน่นอน.    อนึ่ง    มานะที่เกิดขึ้นว่าเป็นผู้เสมอเขา    สำคัญว่าเสมอเขา
เป็นผู้เลวกว่าเขา    สำคัญว่าเลวกว่าเขา    เป็นมานะแน่นอน.   อีกสอง
พวกนี้   เป็นมานะไม่แน่นอน.   การทำลายกิเลสด้วยอรหัตมรรค   เป็น
มานะแน่นอน.      การทำลายกิเลสด้วยโสดาปัตติมรรค     เป็นมานะไม่
แน่นอน.
            บทว่า   ตณฺหามูลกา  - มีตัณหาเป็นมูลได้กล่าวไว้แล้ว.
            บทว่า   รชฺชติ -  กำหนัดอยู่   อธิบายว่า   มิใช่กำหนดด้วยราคะ
อย่างเดียวเท่านั้น.    ที่แท้กำหนัดประกอบผูกพันด้วยอกุศลธรรมทั้งหมด
มีตัณหาเป็นมูล   เพราะเกิดแม้การแสวงหาเป็นต้น   มีตัณหาเป็นมูล.
            บทว่า  ทสหิ  กิเลสวตฺถูหิ - โลกสันนิวาสเศร้าหมอง  เพราะ-
กิเลสวัตถุ   ๑๐  ประการ    กิเลสวัตถุ  ๑๐    เป็นไฉน ?     กิเลสวัตถุ ๑.
เหล่านี้    คือ   โลภะ ๑   โทสะ. ๑   โมหะ ๑   มานะ ๑   ทิฏฐิ ๑    วิจิ-
กิจฉา  ๑  ถีนะ  ๑  อุทธัจจะ  ๑  อหิริกะ  ๑   อโนตัปปะ ๑.
            พึงทราบในบทเหล่านั้นดังต่อไปนี้    กิเลสวัตถุ   คือ   กิเลสนั่น
เอง   ที่ชื่อว่า     วัตถุ     เพราะกิเลสเป็นที่อยู่ของสัตว์ผู้ไม่ใช่ขีณาสพ
เพราะตั้งอยู่ในโลภะเป็นต้น.  ชื่อว่า  กิเลสวัตถุ    เพราะกิเลสเหล่านั้น
เป็นที่อยู่ของสัตว์ทั้งหลาย.     อนึ่ง    เพราะเลนงหลาย    แม้เกิดโดย
๑.อภิ. วิ. ๓๕/๑๐๒๖.
ความเป็นอนันตรปัจจัยเป็นต้น  ก็ชื่อว่า   ย่อมอยู่เหมือนกัน.    ฉะนั้น
จึงชื่อว่า   กิเลสวัตถุ   เพราะเป็นที่อยู่ของกิเลสทั้งหลาย.
            ชื่อว่า    โลภะ   เพราะเป็นเหตุได้.    หรือ   ย่อมได้ด้วยตนเอง.
หรือเพียงได้เท่านั้น.   ชื่อว่า  โทสะ.  เพราะเป็นเหตุประทุษร้าย.   หรือ
ประทุษร้ายด้วยตนเอง.   หรือเพียงประทุษร้ายเท่านั้น.    ชื่อว่า   โมหะ
เพราะเป็นเหตุหลง.   หรือหลงด้วยตนเอง.  หรือเพียงความหลงเท่านั้น.
ชื่อว่า   มานะ  เพราะสำคัญ.    บทมี   ทิฏฐิ   เป็นต้น   มีอรรถดังกล่าว
แล้ว.    ชื่อว่า   อหิริกะ    เพราะไม่ละอาย.    ความเป็นผู้ไม่ละอายนั้น.
ชื่อว่า   อหิริกะ.   ชื่อว่า  อโนตตัปปะ  เพราะไม่เกรงกลัว.   ความเป็น.
ผู้ไม่เกรงกลัวนั้น   ชื่อว่า   อโนตตัปปะ.   ในสองบทนั้น   อหิริกะมี
ลักษณะไม่รังเกียจด้วยกายทุจริตเป็นต้น.  อโนตตัปปะมีลักษณะไม่ยินดี
ด้วยกายทุจริตเป็นต้น.   บทว่า กิลิสฺสติ  ย่อมเศร้าหมอง  คือ เผาผลาญ
เบียดเบียน
            บทว่า   ทสหิ   อาฆาตวตฺถูหิ  -  โลกสันนิวาสมุ่งร้าย กัน   เพราะ
อาฆาตวัตถุ  ๑๐.  อาฆาตวัตถุ ๙ กล่าวไว้แล้วในตอนก่อน   ด้วยอาฆาต
วัตถุ  ๑๐ ท่านกล่าวเพิ่มว่า   อาฆาตย่อมเกิดในฐานะไม่สมควร.   เพราะ
ความอาฆาตย่อมเกิดในฐานะอันไม่สมควร   มีตอและหนามเป็นต้น  ไม่
จัดเข้ากับบทมีอาทิว่า    อนตฺถํ  เม   อจริ    เขาได้ประพฤติความพินาศ
แก่เราแล้ว.
๑. อภิ. วิ. ๓๕/๑๐๒๗.