| ความเป็นอนันตรปัจจัยเป็นต้น ก็ชื่อว่า ย่อมอยู่เหมือนกัน. ฉะนั้น |
| จึงชื่อว่า กิเลสวัตถุ เพราะเป็นที่อยู่ของกิเลสทั้งหลาย. |
| ชื่อว่า โลภะ เพราะเป็นเหตุได้. หรือ ย่อมได้ด้วยตนเอง. |
| หรือเพียงได้เท่านั้น. ชื่อว่า โทสะ. เพราะเป็นเหตุประทุษร้าย. หรือ |
| ประทุษร้ายด้วยตนเอง. หรือเพียงประทุษร้ายเท่านั้น. ชื่อว่า โมหะ |
| เพราะเป็นเหตุหลง. หรือหลงด้วยตนเอง. หรือเพียงความหลงเท่านั้น. |
| ชื่อว่า มานะ เพราะสำคัญ. บทมี ทิฏฐิ เป็นต้น มีอรรถดังกล่าว |
| แล้ว. ชื่อว่า อหิริกะ เพราะไม่ละอาย. ความเป็นผู้ไม่ละอายนั้น. |
| ชื่อว่า อหิริกะ. ชื่อว่า อโนตตัปปะ เพราะไม่เกรงกลัว. ความเป็น. |
| ผู้ไม่เกรงกลัวนั้น ชื่อว่า อโนตตัปปะ. ในสองบทนั้น อหิริกะมี |
| ลักษณะไม่รังเกียจด้วยกายทุจริตเป็นต้น. อโนตตัปปะมีลักษณะไม่ยินดี |
| ด้วยกายทุจริตเป็นต้น. บทว่า กิลิสฺสติ ย่อมเศร้าหมอง คือ เผาผลาญ |
| เบียดเบียน |
| บทว่า ทสหิ อาฆาตวตฺถูหิ - โลกสันนิวาสมุ่งร้าย กัน เพราะ |
| อาฆาตวัตถุ ๑๐.๑ อาฆาตวัตถุ ๙ กล่าวไว้แล้วในตอนก่อน ด้วยอาฆาต |
| วัตถุ ๑๐ ท่านกล่าวเพิ่มว่า อาฆาตย่อมเกิดในฐานะไม่สมควร. เพราะ |
| ความอาฆาตย่อมเกิดในฐานะอันไม่สมควร มีตอและหนามเป็นต้น ไม่ |
| จัดเข้ากับบทมีอาทิว่า อนตฺถํ เม อจริ เขาได้ประพฤติความพินาศ |
| แก่เราแล้ว. |
|