| บทว่า อฏฺสตตณฺหาปปญฺจสเตหิ - โลกสันนิวาสต้องเนิ่น |
| ช้าเพราะตัณหาเครื่องให้เนิ่นช้า ๑๐๘ . ชื่อว่า อฏฺสตํ. ชื่อว่า |
| ปปญฺโจ เพราะให้เนิ่นช้าในสังสารวัฏ คือ ให้อยู่นาน. ตัณหานั่นแหละ |
| เครื่องให้เนิ่นช้า จึงชื่อว่า ตณฺหาปปญฺโจ. ตัณหาเครื่องให้เนิ่นช้า |
| หนึ่งร้อยท่านทำให้เป็นพหุวจนะ เพราะตัณหามีมากโดยประเภทแห่ง |
| อารมณ์และด้วยการเกิดบ่อยๆ จึงชื่อว่า ตณฺหาปปญฺจสตํ. ด้วยเหตุนั้น |
| เมื่อควรจะกล่าวว่า ตณฺหาปปญฺจสเตน ด้วยความคลาดเคลื่อนของวจนะ |
| ท่านจึงทำนิทเทสเป็นพหุวจนว่า ตณฺหาปปญฺจสเตหิ. พึงเห็นอรรถ |
| แห่งบทว่า ตณฺหาปปญฺจสเตน ด้วยตัณหาเครื่องทำให้เนิ่นช้าร้อยหนึ่ง |
| คือ อฏฺสตํ - ๑๐๘. พึงทราบว่า ท่านถือเอา ๑๐๐ เท่านั้น เพราะ |
| ทำ ๘ เป็นอัพโพหาริก คือ มีเหมือนไม่มี. บทว่า ตณฺหาวิจริตานิ มา |
| ในขุททกวัตถุวิภังค์. ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า |
| ตัณหาวิจริต ภายใน ๑๘ ภายนอก ๑๘ รวม |
| เป็นตัณหาวิจริต ๓๖ อดีต ๓๖ อนาคต ๓๖ ปัจจุ |
| ๓๖ รวมเป็นตัณหาวิจริต ๑๐๘.๑ |
| อนึ่ง ในขุททกวัตถุวิภังค์นี้ท่านกล่าวตัณหาเป็นเครื่องให้เนิ่นช้า |
| ว่า ตัณหาวิจริต. อธิบายว่า ความเป็นไปแห่งตัณหา เพราะประพฤติ |
| อยู่ในตัณหา. |
|