๑๑๕๐    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๑๕๑
            บทว่า   นตฺถิ  ปโร  โลโก  ถือว่า  ผู้ตั้งอยู่ในโลกนี้ไม่มีใน
โลกอื่น.
            บทว่า   นตฺถิ  มาตา  นตฺถิ   ปิตา    คือรู้ว่ามารดาบิดามีอยู่   แต่
คนมิจฉาทิฏฐิ   ถือว่า  วิบากไร ๆ  อันเป็นผลด้วยปัจจัยที่ทำให้มารดาบิดา
เหล่านั้นไม่มี.
            บทว่า นตฺถิ  สตฺตา  โอปปาติกา คือ ถือว่าสัตว์  (โอปปาติกะ)
จุติและเกิดไม่มี.
             บทว่า  สมฺมคฺคตา สมฺมาปฏิปนฺนา คือ ถือว่าสมณพราหมณ์
ผู้ตั้งอยู่ในธรรมปฏิบัติปฏิปทาอันสมควรไม่มีในโลก.
            บทว่า  เย  อิมญฺจ  โลกํ  ปรญฺจ  โลกํ   สยํ  อภิญฺาย
สจฺฉิกตฺวา    ปเวเทนฺติ    คือ    ถือว่าพระพุทธเจ้าผู้เป็นพระสัพพัญญู
สามารถรู้โลกนี้และโลกหน้าด้วยพระญาณอันประเสริฐด้วยพระองค์เอง
แล้วทรงประกาศไม่มี.
            บทว่า  อนฺตคฺคาหิกาย   ทิฏฺฐฺยส - โลกสันนิวาสประกอบด้วย
อันตคาหิกทิฏฐิคือทิฏฐิถือเอาที่สุด.  ชื่อว่า  อันตคาหิกะ  เพราะถือเอา
ส่วนสุดอย่างหนึ่ง  ๆ มีอาทิว่าโลกเที่ยง.    อีกอย่างหนึ่ง   การถือเอาที่สุด
ชื่อว่า   อันตคาหะ.     ชื่อว่า   อันตคาหิกะ    เพราะทิฏฐิมีการถือเอา
ที่สุด.   ด้วยการถือเอาที่สุดนั้น.   อันตคาหิกทิฏฐินั้นท่านกล่าวไว้แล้ว.
            บทว่า  อฏฺ€สตตณฺหาปปญฺจสเตหิ -  โลกสันนิวาสต้องเนิ่น
ช้าเพราะตัณหาเครื่องให้เนิ่นช้า   ๑๐๘ .      ชื่อว่า   อฏฺ€สตํ.      ชื่อว่า
ปปญฺโจ เพราะให้เนิ่นช้าในสังสารวัฏ  คือ ให้อยู่นาน.  ตัณหานั่นแหละ
เครื่องให้เนิ่นช้า  จึงชื่อว่า  ตณฺหาปปญฺโจ.    ตัณหาเครื่องให้เนิ่นช้า
หนึ่งร้อยท่านทำให้เป็นพหุวจนะ      เพราะตัณหามีมากโดยประเภทแห่ง
อารมณ์และด้วยการเกิดบ่อยๆ จึงชื่อว่า  ตณฺหาปปญฺจสตํ.  ด้วยเหตุนั้น
เมื่อควรจะกล่าวว่า  ตณฺหาปปญฺจสเตน  ด้วยความคลาดเคลื่อนของวจนะ
ท่านจึงทำนิทเทสเป็นพหุวจนว่า   ตณฺหาปปญฺจสเตหิ.   พึงเห็นอรรถ
แห่งบทว่า    ตณฺหาปปญฺจสเตน  ด้วยตัณหาเครื่องทำให้เนิ่นช้าร้อยหนึ่ง
คือ  อฏฺ€สตํ  -  ๑๐๘.    พึงทราบว่า   ท่านถือเอา  ๑๐๐  เท่านั้น     เพราะ
ทำ ๘ เป็นอัพโพหาริก คือ  มีเหมือนไม่มี.  บทว่า   ตณฺหาวิจริตานิ  มา
ในขุททกวัตถุวิภังค์.   ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า
                    ตัณหาวิจริต  ภายใน  ๑๘  ภายนอก  ๑๘ รวม
            เป็นตัณหาวิจริต  ๓๖  อดีต  ๓๖  อนาคต  ๓๖  ปัจจุ
            ๓๖  รวมเป็นตัณหาวิจริต  ๑๐๘.
            อนึ่ง   ในขุททกวัตถุวิภังค์นี้ท่านกล่าวตัณหาเป็นเครื่องให้เนิ่นช้า
ว่า   ตัณหาวิจริต.   อธิบายว่า   ความเป็นไปแห่งตัณหา   เพราะประพฤติ
อยู่ในตัณหา.
๑. อภิ. วิ. ๓๕/๑๐๗๑.