๑๑๕๖    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๑๕๗
รู้สภาพปัญญาอันแตกฉานดีในธรรมแห่งธรรมปฏิสัมภิทา   สภาพปัญญา
อันแตกฉานดีในนิรุตติแห่งนิรุตติปฏิสัมภิทา    สภาพปัญญาอันแตกฉาน
ดีในปฏิภาณแห่งปฏิภาณปฏิสัมภิทา  ตลอดทั้งหมด ...รู้อินทริยปโรปริ-
ยัตตญาณ  รู้ญาณในฉันทะอันมานอน  และกิเลสอันนอนเนื่องของสัตว์
ทั้งหลาย    รู้ยมกปาฏิหาริยญาณ    รู้มหากรุณาสมาปัตติญาณ    ตลอด
ทั้งหมด    ชื่อว่า  อนาวรณญาณ    เพราะอรรถว่า   ในญาณนั้นไม่มี
เครื่องกั้น.
            [๒๙๑]  ชื่อว่า สัพพัญญุตญาณ  เพราะอรรถว่า  รู้อารมณ์
ที่ได้เห็น   ที่ได้ฟัง   ที่ได้ทราบ    ที่ได้รู้แจ้ง    ที่ได้ถึง    ที่แสวงหา    ที่
เที่ยวตามหาด้วยใจ  แห่งโลกพร้อมทั้งเทวโลก  มารโลก พรหมโลก แห่ง
หมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณะ  พราหมณ์  เทวดาและมนุษย์    ตลอดทั้งหมด
ชื่อว่า  อนาวรณญาณ  เพราะอรรถว่า  ในญาณนั้นไม่มีเครื่องกั้น.
                    บทธรรมที่พระตถาคตไม่ทรงเห็นแล้ว   ไม่มี
            ในโลกนี้   อนึ่ง  บทธรรมน้อยหนึ่งที่ควรรู้  พระ-
            ตถาคตไม่ทรงรู้แล้ว  ไม่มี   พระตถาคตทรงทราบยิ่ง
            ซึ่งธรรมเป็นเครื่องนำไปทั้งปวง        เพราะเหตุนั้น
            พระตถาคตจึงเป็นพระสมันตจักษุ  - ผู้ทรงเห็นทั่ว.
            [๒๙๒]  คำว่า    สมนฺตจกฺขุ     ความว่า     ชื่อว่าสมันตจักษุ
เพราะอรรถว่ากระไร ?
            พระพุทธญาณ  ๑๔   คือ  ญาณในทุกข์ ๑ ญาณในทุกขสมุทัย ๑
ญาณในทุกขนิโรธ ๑    ญาณในทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ๑    ญาณใน
อรรถปฏิสัมภิทา  ๑   ญาณในธรรมปฏิสัมภิทา ๑    ญาณในนิรุตติปฏิ-
สัมภิทา  ๑   ญาณในปฏิภาณปฏิสัมภิทา  ๑   ญาณในความยิ่งและหย่อน
แห่งอินทรีย์ ๑  ญาณในฉันทะเป็นที่มานอนและกิเลสอันนอนเนื่องของ
สัตว์ทั้งหลาย  ๑  ญาณในยมกปาฏิหาริย์ ๑  ญาณในมหากรุณาสมาบัติ ๑
สัพพัญญุตญาณ ๑  อนาวรณญาณ ๑  บรรดาพระพุทธญาณ ๑๔ ประ-
การนี้    พระญาณ   ๘ ข้างต้น   เป็นญาณทั่วไปด้วยพระสาวก   พระญาณ
๖  ไม่ทั่วไปด้วยพระสาวก.
            [๒๙๓]  ชื่อว่า  สัพพัญญุตญาณ   เพราะอรรถว่า   สภาพที่
ทนได้ยากแห่งทุกข์     พระตถาคตทรงทราบแล้วตลอดทั้งหมด      ที่มิได้
ทรงทราบไม่มี     ชื่อว่า   อนาวรณญาณ   เพราะอรรถว่า   ในญาณนั้น
ไม่มีเครื่องกั้น     สภาพที่ทนได้ยากแห่งทุกข์     พระตถาคตทรงเห็นแล้ว
ทรงรู้แจ้งแล้ว    ทรงทำให้แจ้งแล้ว      ทรงถูกต้องแล้วตลอดทั้งหมดด้วย
พระปัญญา    ที่มิได้ทรงถูกต้องแล้วด้วยพระปัญญาไม่มี. . .   สภาพเป็น
เหตุเกิดแห่งสมุทัย  สภาพเป็นที่ดับแห่งนิโรธ    สภาพเป็นทางแห่งมรรค
สภาพปัญญาอันแตกฉานดีในอรรถแห่งอรรถปฏิสัมภิทา    สภาพปัญญา
อันแตกฉานดีในธรรมแห่งธรรมปฏิสัมภิทา   สภาพปัญญาอันแตกฉานดี
ในนิรุตติแห่งนิรุตติปฏิสัมภิทา     สภาพปัญญาอันแตกฉานดีในปฏิภาณ