๑๑๕๘    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๑๕๙
แห่งปฏิภาณปฏิสัมภิทา   พระตถาคตทรงทราบแล้ว   ทรงเห็นแล้ว  ทรง
รู้แจ้งแล้ว   ทรงทำให้แจ้งแล้ว    ทรงถูกต้องแล้วตลอดทั้งหมดด้วยพระ-
ปัญญา   ที่มิได้ทรงถูกต้องแล้วด้วยพระปัญญาไม่มี...   ญาณในความยิ่ง
และหย่อนแห่งอินทรีย์     ญาณในฉันทะอันมานอนและกิเลสอันนอน-
เนื่องของสัตว์ทั้งหลาย    ญาณในยมกปาฏิหาริย์    ญาณในมหากรุณา.
สมาบัติ        พระตถาคตทรงทราบแล้ว     ทรงเห็นแล้ว    ทรงรู้แจ้งแล้ว
ทรงทำให้แจ้งแล้ว   ทรงถูกต้องแล้วตลอดทั้งหมดด้วยพระปัญญา     ที่มิ
ได้ทรงถูกต้องด้วยพระปัญญาไม่มี...  ชื่อว่า สัพพัญญุตญาณ  เพราะ
อรรถว่า   อารมณ์ที่ได้เห็น   ที่ได้ฟัง   ที่ได้ทราบ   ที่ได้รู้แจ้ง   ที่ได้ถึง
ที่แสวงหา   ที่เที่ยวตามหาด้วยใจ    แห่งโลกพร้อมทั้งเทวโลก   มารโลก
พรหมโลก   แห่งหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณะ.   พราหมณ์   เทวดาและมนุษย์
พระตถาคตทรงทราบแล้ว    ทรงเห็นแล้ว    ทรงรู้แจ้งแล้ว    ทรงทำให้
แจ้งแล้ว    ทรงถูกต้องแล้วตลอดทั้งหมดด้วยพระปัญญา    ที่มิได้ทรงถูก
ต้องแล้วด้วยพระปัญญาไม่มี.
            ชื่อว่า   อนาวรณญาณ   เพราะอรรถว่า  ไม่มีเครื่องกั้นในญาณ
นั้น.
                    บทธรรมที่พระตถาคตไม่ทรงเห็นแล้วไม่มีใน
            โลกนี้  อนึ่ง บทธรรมน้อยหนึ่งที่ควรรู้    พระตถาคต
            ไม่ทรงรู้แล้วไม่มี     พระตถาคตทรงทราบยิ่ง    ซึ่ง
            ธรรมเป็นเครื่องนำไปทั้งปวง   เพราะเหตุนั้น  พระ-
            ตถาคตจึงเป็นพระสมันตจักษุ.
                                       จบ   ญาณกถา
๗๒ - ๗๓.  อรรถกถาสัพพัญญุตณาณนิทเทส
            [๒๘๖ - ๒๙๓]  พึงทราบวินิจฉัยในสัพพัญญุตญาณนิทเทส  ดัง
ต่อไปนี้
            พระสารีบุตรเถระถามว่า      พระสัพพัญญุตญาณของพระตถาคต
เป็นไฉน ?   แล้วแสดงอนาวรณญาณ - ญาณไม่มีสิ่งปิดกั้น      กับด้วย
พระสัพพัญญุตญาณนั้นนั่นแหละ     เพราะมีคติเสมอกันด้วยอนาวรณ-
ญาณนั้น.
            จริงอยู่   อนาวรณญาณมิได้มีต่างหากจากธรรมดา.   เพราะญาณ
นี้ญาณเดียวเท่านั้น     ท่านกล่าวเป็น  ๒  อย่าง   ดุจประเภทแห่งอาการ
สัทธินทรีย์และสัทธาพละเป็นต้น.          พระสัพพัญญุตญาณนั่นแหละ
ท่านกล่าวว่า  อนาวรณะ   เพราะไม่มีเครื่องปิดกั้น  เพราะอันธรรมไร ๆ
หรือบุคคลไม่สามารถจะทำการปิดกั้นได้     เพราะธรรมทั้งปวงเนื่องด้วย
การคำนึง.    แต่ผู้อื่นแม้คำนึงก็รู้ไม่ได้.    ส่วนอาจารย์บางพวกกล่าวว่า
ชื่อว่า   สัพพัญญุตญาณ    เพราะเป็นไปในอารมณ์ทั้งปวง     ดุจมโน-