๑๑๖    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๑๗
เสนาบดีสารีบุตรจึงยกเอาสัลเลขัฏฐญาณขึ้นแสดงต่อจาก   สมสีสัฏฐญาณ
ณ  บัดนี้.
            ในสัลเลขัฎฐญาณนั้น    คำว่า     ปุถุนานตฺตเตชปริยาทาเน
ปญฺา - ปัญญาในความสิ้นไปแห่งกิเลสอันหนา  มีสภาพต่าง ๆ
และเดช  ความว่า   ปัญญาในความสิ้นไปหมดไปแห่งกิเลสหนาทั้งหลาย
มีราคะเป็นต้น  และนานัตตกิเลสอันเป็นสภาวะต่าง ๆ  มีกามฉันทะเป็นต้น
กับทั้งกิเลสมีความเป็นผู้ทุศีลเป็นต้นอันได้ชื่อว่า   เดช   เพราะอรรถว่า
เร่าร้อนเพราะอรรถว่าไม่เจือด้วยโลกุตระ,   มีคำกล่าวอธิบายไว้ว่าปัญญา
ในธรรม  ๓๗  ประเภทมีเนกขัมมะเป็นต้น.
            หรือ  อธิบายว่า  ปัญญาอันหนา,  ปัญญาอันมีสภาพ  (ประเภท)
ต่าง ๆ,  และปัญญาอันเป็นเดช  เป็นปัญญาในการสิ้นไปแห่งกิเลสอันหนา
อันมีสภาพต่าง ๆ  และเดช ๕ มีความเป็นผู้ทุศีลเป็นต้น   เหล่านั้นดังนี้.
จะแสดงการสงเคราะห์ปุถุธรรม       และนานัตตธรรม๑ด้วยเดชทั้งหลาย
ในนิทเทสวาระ.
            คำว่า    สลฺเลขฏฺเ€    าณํ - ญาณในอรรถว่าขัดเกลา    มี
วิเคราะห์ว่า   ธรรมใด    ย่อมขัดเกลา   ย่อมตัดขาดปัจนิกธรรมทั้งหลาย
ฉะนั้น     ธรรมนั้นจึงชื่อว่า   สัลเลขะ - ขัดเกลา,   ญาณในธรรม   ๓๗
ประเภทมีเนกขัมมะนั้นมีการขัดเกลาเป็นสภาวะ.
๑. ปุถุธรรม และนานัตตธรรมมีทั้งฝ่ายกุศลและอกุศล
            ถึงแม้สัลเลขธรรม  ๔๔  ประเภทอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้
ในสัลเลขสุตตันตะโดยนัยเป็นต้นว่า        ชนทั้งหลายเหล่าอื่นจักเป็นผู้
เบียดเบียน,  ในข้อนี้   เราจักไม่เป็นผู้เบียดเบียนดังนี้    ก็พึงทราบว่า
ท่านสงเคราะห์ด้วยสัลเลขญาณนี้เหมือนกัน.
๓๘.  อรรถกถาวีริยารัมภญาณุทเทส
ว่าด้วย  วีริยารัมภญาณ
            บัดนี้       เพื่อจะแสดงวิริยะคือสัมมัปธานอันพระโยคีบุคคลผู้ตั้ง
อยู่ในสัลเลขญาณพึงกระทำ       พระธรรมเสนาบดีสารีบุตรจึงยกวีริยา-
รัมภญาณขึ้นแสดงต่อจากสัลเลขญาณนั้น.
            ในวีริยารัมภญาณนั้น  คำว่า  อสลฺลีนตฺตปหิตตฺตปคฺคหฏฺเ€-
ในอรรถว่าประคองไว้ซึ่งจิตอันไม่หดหู่และตนอันส่งไปแล้ว    ความ
ว่า  ชื่อว่า  อสัลลีนัตตะ - มีจิตไม่หดหู่   เพราะอรรถวิเคราะห์ว่า   จิตไม่
หดหู่    ไม่ย่อท้อด้วยสามารถแห่งความเกียจคร้าน    ของบุคคลนั้นมีอยู่
ดังนี้.
            คำว่า   อตฺตา   ได้แก่จิต.    ดุจคำที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเป็น
อาทิไว้ว่า