๑๑๖๐    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๑๖๑
วิญญาณ.  สัพพัญญุตญาณนั้นนั่นแหละ  เป็นอนาวรณญาณ เพราะไม่
มีอะไรขัดขวางในอารมณ์ทั้งหลาย     ดุจวชิราวุธของพระอินทร์.     พระ-
สัพพัญญุตญาณปฏิเสธความเป็นสัพพัญญูตามลำดับ.       อนาวรณญาณ
ปฏิเสธความเป็นสัพพัญญูคราวเดียว        พระผู้มีพระภาคเจ้าอันบัณฑิต
กล่าวว่า  พระสัพพัญญู   เพราะการได้พระสัพพัญญุตญาณ    มิใช่การได้
สัพพัญญูตามลำดับ.   บัณฑิตกล่าวว่า  พระสัพพัญญู  เพราะการได้อนา-
วรณญาณ     มิใช่การได้สัพพัญญูคราวเดียว.
            บทว่า  สพฺพํ  ในบทนี้ว่า  สพฺพํ  สงฺขตมสงฺขตํ  อนวเสสํ
ชานาติ - พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรู้สังขตธรรมและอสังขตธรรมทั้งปวง
ไม่มีส่วนเหลือ    เป็นบทถือเอาความไม่มีส่วนเหลือของธรรมทั้งปวงโดย
ชาติ.
            บทว่า   อนวเสสํ -  ไม่มีส่วนเหลือ      เป็นบทถือเอาความไม่มี
ส่วนเหลือแห่งธรรมอย่างหนึ่ง  ๆ  ด้วยสามารถอาการทั้งปวง.
            บทว่า  สงฺขตมสงฺขตํ    เป็นบทแสดงประเภท ๒ อย่าง.  เพราะ
สังขตะเป็นประเภทหนึ่ง.   อสังขตะเป็นประเภทหนึ่ง.   ขันธบัญจกเป็น
สังขตะ   เพราะอาศัยปัจจัยปรุงแต่ง.    นิพพานเป็นอสังขตะ   เพราะไม่
ปรุงแต่งอย่างนั้น.  ย่อมรู้สังขตะไม่มีส่วนเหลือโดยอาการมีความไม่เที่ยง
เป็นทุกข์  เป็นอนัตตาเป็นต้น.   ย่อมรู้อสังขตะไม่มีส่วนเหลือโดยอาการ
มีสุญญตนิมิตและอัปปณิหิตนิมิตเป็นต้น.   ชื่อว่า  อนวเสสํ   เพราะไม่
มีสังขตะและอสังขตะเหลือ.       บัญญัติแม้หลายประเภทย่อมเข้ากับฝ่าย
อสังขตะ   เพราะปัจจัยมิได้ปรุงแต่ง.   จริงอยู่   พระสัพพัญญุตญาณย่อม
รู้บัญญัติแม้ทั้งปวงโดยประการไม่น้อย.
            อีกอย่างหนึ่ง  บทว่า สพฺพํ   เป็นบทถือเอาธรรมทั้งหมด. บทว่า
อนวเสสํ   เป็นบทถือเอาไม่มีอาศัย.
            บทว่า      ตตฺถ  อาวรณํ  นตฺถิ  -  ไม่มีเครื่องปิดกั้นในญาณนั้น
ความว่า เครื่องปิดกั้นพระสัพพัญญุตญาณไม่มี  เพราะไม่มีเครื่องปิดกั้น
ของในสังขตะและอสังขตะอันไม่มีส่วนเหลือนั้น.   เพราะฉะนั้น   พระ-
สัพพัญญุตญาณนั้นนั่นแหละ  จึงชื่อว่า  อนาวรณญาณ.
            บัดนี้    พระสารีบุตรเถระ   เพื่อจะแสดงโดยประเภทแห่งอารมณ์
หลายอย่างจึงกล่าวบทมีอาทิว่า   อตีตํ - ธรรมส่วนอดีต.
            ในบทเหล่านั้นบทว่า   อตีตํ   อนาคตํ   ปจฺจุปฺปนฺนํ - ท่าน
แสดงโดยประเภทของกาล.
            บทมีอาทิว่า   จกฺขุญฺเจว   รูปาจ - ท่านแสดงโดยประเภทแห่ง
อารมณ์และวัตถุ.
            บทว่า  เอวํ  ตํ  สพฺพํ -  รู้ธรรมทั้งหมดนั้นอย่างนี้   เป็นบท
ถือเอาโดยไม่มีส่วนเหลือของจักษุและรูปเหล่านั้น. ในบทที่เหลือก็อย่าง
นี้.