| บทว่า ยาวตา ตลอดทั้งหมด เป็นบทถือเอาโดยไม่มีส่วนเหลือ |
| บทมีอาทิว่า อนิจจฏฺํ - มีสภาพไม่เที่ยง ท่านแสดงโดยประ- |
| เภทแห่งสามัญลักษณะ. |
| บทว่า อนิจฺจฏฺํ คือ มีอาการไม่เที่ยง. ในบทเช่นนี้ก็มีนัยนี้. |
| บทมีอาทิว่า รูปสฺส ท่านแสดงโดยประเภทแห่งขันธ์. |
| บทว่า จกฺขุสฺส ฯลฯ ชรามรณสฺส พึงประกอบโดยนัย |
| แห่งไปยาลที่กล่าวไว้แล้วในหนหลัง. |
| ในบทมีอาทิว่า อภิญฺาย - ด้วยอภิญญา ได้แก่ ญาณดังได้ |
| กล่าวแล้วในหนหลังนั่นแหละ. |
| บทว่า อภิญฺฏฺํ คือ สภาพที่ควรรู้ยิ่ง. ในบทเช่นนี้ก็มีนัยนี้. |
| บทมีอาทิว่า ขนฺธานํ ขนฺธฏฺํ รู้สภาพที่เป็นเองแห่งขันธ์ |
| พึงทราบโดยนัยดังกล่าวแล้วในหนหลังนั่นแหละ |
| บทมีอาทิว่า กุสเล ธมฺเม - กุศลธรรมทั้งหลาย คือ เป็น |
| ประเภทด้วยสามารถแห่ง กุสลัตติกะ - หมวด ๓ แห่งกุศล. |
| บทมีอาทิว่า กามวจเร ธมฺเม - กามาวจรธรรมเป็นประเภท |
| ด้วยสามารถแห่งธรรมเป็นไปในภูมิ ๔. แม้ในปาฐะเป็นพหุวจนะว่า |
| สพฺเพ ชานาติ ย่อมรู้ธรรมทั้งหลายทั้งปวงเป็นปาฐะดี. แต่เพราะตก |
| ไปในกระแสแห่งเอกวจนะในคัมภีร์ ท่านจึงเขียนด้วยเอกวจนะ. |