๑๑๖๔    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๑๖๕
          ในบทนั้นพึงทราบ  การถือเอาถามวจรเทพ  ๕  ด้วยคำว่า พร้อม
ทั้งเทวโลก.   ถือเอากามาวจรเทพที่ ๖ ด้วยคำว่า  พร้อมทั้งมารโลก.  ถือ
เอา พวกพรหมมีพรหมกายิกาเป็นต้น  ด้วยคำว่า   พร้อมทั้งพรหมโลก.
ถือเอาสมณพราหมณ์ผู้เป็นข้าศึกศัตรูของศาสนา         และถือเอาสมณ-
พราหมณ์  ผู้สงบ  ผู้ลอยบาปแล้ว  ด้วยคำว่า   พร้อมทั้งสมณพราหมณ์.
ถือเอาสัตวโลก   ด้วยคำว่า   ปชา.    ถือเอาสมมติเทพและมนุษย์ที่เหลือ
ด้วยคำว่า   พร้อมทั้งเทวดาและมนุษย์.
           ในนิทเทสนี้    พึงทราบว่า    ท่านถือเอาโอกาสโลกด้วย  ๓  บท.
สัตวโลกด้วยสามารถหมู่สัตว์ด้วย ๒ บท.  พึงทราบนัยอื่นต่อไป.  ถือเอา
อรูปาวจรโลก   ด้วย  สเทวก  ศัพท์.   ถือเอาฉกามาวจรเทวโลก    ด้วย
สมารก  ศัพท์.    ถือเอารูปาวจรพรหมโลก    ด้วย  สพฺรหฺมก  ศัพท์.
ถือเอามนุษยโลก  หรือสัตวโลกที่เหลือพร้อมด้วยบริษัท ๔   หรือสมมติ-
เทพ  ด้วย  สสฺสมณพฺราหฺมณ ศัพท์เป็นต้น.
          อีกอย่างหนึ่ง  ในนิทเทสนี้    ท่านยังความเป็น  คือ  ความรู้   มี
อารมณ์ที่ได้เห็นแห่งสัตวโลกทั้งหมดให้สำเร็จ  โดยกำหนดอย่างอุกฤษฏ์
ด้วยคำว่า  สเทวกะ.  แต่นั้นพระสารีบุตรเถระ   เมื่อจะกำจัดความสงสัย
ของชนทั้งหลายที่จะพึงมีปัญหาว่า      มารมีอานุภาพมาก      เป็นใหญ่
ในฉกามาวจรเทพ    เป็นผู้มีอำนาจ.     ย่อมรู้อารมณ์ที่เห็นแล้วเป็นต้น
ขอมารนั้นหรือ   จึงกล่าวว่า  สมารกสฺส - พร้อมทั้งมารโลก.   พระ-
สารีบุตรเถระ      เมื่อจะกำจัดความสงสัยของชนทั้งหลายที่จะพึงมีความ
สงสัยว่า     พรหมมีอานุภาพมาก    ย่อมแผ่แสงสว่างในหนึ่งพันจักรวาล
ด้วย ๑ องคุลี.   ย่อมแผ่แสงว่างในหมื่นจักรวาล   ด้วย ๒ องคุลี  ฯลฯ
๑๐  องคุลี   และย่อมเสวยสุขในฌานสมาบัติอย่างเยี่ยม.  ย่อมรู้อารมณ์ที่
ได้เห็นเป็นต้น  ของพรหมนั้นหรือ  จึงกล่าวว่า สพฺรหฺมกสฺส - พร้อม
ทั้งพรหมโลก.
           แต่นั้นพระสารีบุตรเถระ เมื่อจะกำจัดความสงสัยของชนทั้งหลาย
ที่จะพึงมีปัญหาว่า     สมณพราหมณ์เป็นอันมากเป็นศัตรูของศาสนา   จะ
รู้อารมณ์ที่เห็นเป็นต้น     ของสมณพราหมณ์เหล่านั้นหรือ   จึงกล่าวว่า
สสฺสมณพฺราหฺมณิยา    ปชาย     หมู่สัตว์พร้อมด้วยสมณพราหมณ์.
พระสารีบุตรเถระครั้นประกาศความเป็น   คือ   การรู้อารมณ์ที่เห็นแล้ว
เป็นต้น    อย่างอุกฤษฏ์อย่างนี้     แล้วจึงประกาศความเป็น   คือ   การรู้
อารมณ์ที่เห็นแล้วเป็นต้น   ของสัตวโลกที่เหลือด้วยกำหนดอย่างอุกฤษฏ์
อาศัยสมมติเทพและมนุษย์ที่เหลือ.   นี้เป็นลำดับอนุสนธิในนิทเทสนี้.
            ส่วนพระโบราณาจารย์กล่าวว่า  บทว่า   สเทวกสฺส  คือ  โลก
ที่เหลือพร้อมด้วยเทวโลก.  บทว่า  สมารกสฺส   คือ  โลกที่เหลือพร้อม
ด้วยมารโลก.   บทว่า  สพฺรหฺมกสฺส  คือ  โลกที่เหลือพร้อมด้วยพรหม-
โลก.