๑๑๖๘    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๑๖๙
มิได้.    พระสัพพัญญุตญาณของพระตถาคตย่อมรู้ธรรมารมณ์นั้นทั้งหมด
ว่าสัตว์นี้รู้ธรรมารมณ์   ชื่อนี้ในขณะนี้แล้วดีใจ  เสียใจ   หรือเป็นกลาง
ดังนี้.
            อนึ่ง  มหาชนนี้แม้แสวงหาแล้วมิได้บรรลุก็มี.  แม้แสวงหาแล้ว
บรรลุก็มี.     แม้ไม่แสวงหาแล้วไม่บรรลุก็มี.    แม้ไม่แสวงหาแล้วบรรลุ
ก็มี  ชื่อว่าการไม่บรรลุทั้งหมดมิได้มีด้วยสัพพัญญุตญาณแก่พระตถาคต.
            พระสารีบุตรเถระกล่าวคาถามีอาทิว่า   น   ตสฺส    เพื่อให้ความ
เป็นพระสัพพัญญุตญาณสำเร็จโดยปริยายอื่นอีก.
            ในบทเหล่านั้นบทว่า   น  ตสฺส   อทฺทิฏฺ€มิธตฺถิ   กิญฺจิ-
บทธรรมไร  ๆ   ที่พระตถาคตไม่ทรงเห็นแล้วไม่มีในโลกนี้    ความว่า  บท
ธรรมไร ๆ    แม้เพียงเล็กน้อย    ที่พระตถาคตนั้นมิได้ทรงเห็นแล้วด้วย
ปัญญาจักษุมิได้มีในโลกอันเป็นไตรธาตุนี้    หรือในปัจจุบันกาลนี้.
            บทว่า  อตฺถิ  นี้เป็นบทอาขยาต   เป็นไปในปัจจุบันกาล.  ด้วย
บทนี้    พระสารีบุตรเถระแสดงความที่พระตถาคตทรงรู้ธรรมทั้งปวงใน
ปัจจุบันกาล  อนึ่ง  ในบทนี้  ท่านใช้  อักษร   เพื่อสะดวกในการประ-
พันธ์คาถา.
            บทว่า  อโถ  ในบทนี้ว่า  อโถ  อวิญฺาตํ  เป็นนิบาต  บอก
เนื้อความต่าง ๆ.
            บทว่า  อวิญฺาตํ   คือ  ธรรมไร ๆ  ที่พระตถาคตไม่ทรงรู้แล้ว
ในอดีตกาล.     ตกปาฐะว่า  นาโหสิ  ไป.    ในการถือเอา อตฺถิ  ศัพท์
เป็นอัพยยศัพท์  แม้ตกปาฐะไปก็ใช้ได้.  ด้วยบทนี้   พระสารีบุตรเถระ
แสดงความที่พระตถาคตทรงรู้ธรรมทั้งปวง   อันเป็นอดีตกาล.
            บทว่า  อชานิตพฺพํ - ธรรมที่ไม่ควรรู้   คือ  ธรรมที่ไม่ควรรู้
อันเป็นอนาคตกาล  จักไม่มี  หรือไม่มี.   ด้วยบทนี้   พระสารีบุตรเถระ
แสดงความที่พระตถาคตทรงรู้ธรรมทั้งปวงอันเป็นอนาคตกาล. อ  อักษร
ในบทนี้เป็นเพียงกิริยาวิเสสนะ  ของ  ชานนะ  คือ   ความรู้.
            พึงทราบความในบทนี้ว่า   สพฺพํ   อภิญฺาสิ   ยทตฺถิ  เนยฺยํ
- พระตถาคตทรงทราบยิ่ง   ธรรมเป็นเครื่องนำไปทั้งปวง    ดังต่อไปนี้.
พระตถาคตทรงทราบยิ่ง   คือ   ทรงรู้    ทรงแทงตลอดธรรมทั้งปวงเป็น
เครื่องนำไป   คือ   ความรู้ใน ๓ กาล   หรือพ้นจากกาล   ด้วยพระสัพ-
พุตญาณอันยิ่ง.
            การถือ  ๓  กาลและพ้นจากกาล   ด้วย อตฺถิ  ศัพท์     ในบทนี้.
พึงทราบว่า  อตฺถิ  เป็นอัพยยศัพท์.
            บทว่า   ตถาคโต   เตน  สมนฺตจกฺขุ  - ด้วยเหตุนั้นพระตถาคต
จึงเป็นพระสมันจักษุ   ความว่า   ชื่อว่า   สมันตจักษุ    เพราะมีญาณ
จักษุเป็นไปแล้วโดยรอบ   คือ   โดยประการทั้งปวง   เพราะไม่มีที่ติดขัด
โดยกาลและโดยโอกาส.     ด้วยเหตุตามที่กล่าวแล้วนั้น    พระตถาคตจึง