| ก็พวกคนไขน้ำย่อมไขน้ำไป, พวกช่างศร |
| ย่อมดัดศรให้ตรง, ช่างถากก็ถากไม้, บัณฑิต |
| ทั้งหลายก็ย่อมฝึกตน๑ ดังนี้. |
| ชื่อว่า ปหิตัตตะ - มีตนส่งไปแล้ว เพราะอรรถวิเคราะห์ว่า |
| อัตภาพอันตั้งไว้แน่วแน่ส่งไปปล่อยไป โดยไม่คำนึงถึงร่างกายและชีวิต |
| ด้วยธรรมนั้นดังนี้. คำว่า อตฺตา ได้แก่ อัตภาพ. ดุจคำที่พระผู้มี- |
| พระภาคเจ้าตรัสเป็นอาทิไว้ว่า |
| อนึ่ง ภิกษุณีใด พร่ำตีตนแล้วร้องไห้ (เป็น |
| ปาจิตตีย์๒). |
| อสัลลีนัตตะนั้นด้วย ปหิตัตตะนั้นด้วย ชื่อ อสัลลีนัตตปหิ- |
| ตัตตะ - มีจิตไม่หดหู่และมีตนส่งไปแล้ว. ธรรมใดย่อมประคองคือย่อม |
| อุปถัมภ์สหชาตธรรม ฉะนั้นจึงชื่อว่า ปัคคหะ - ธรรมอันประคองสห |
| ชาตธรรม, ปัคคหะ ธรรมอันประคองสหชาตธรรมนั่นแหละเป็นอรรถ |
| ชื่อว่า ปัคคหัฏฐะ, อธิบายว่า มีการประกอบเป็นสภาวะ. |
| การประคองซึ่งจิตไม่หดหู่และมีตนอันส่งไปแล้ว ชื่อว่า อสัลลี- |
| นัตตปหิตัตตปัคคหัฏฐะ. ในอรรถว่าประคองไว้ซึ่งจิตอันไม่หดหู่และ |
| มีตนอันส่งไปแล้วนั้น. |
|