๑๑๗    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๑๘
            ถึงแม้สัลเลขธรรม  ๔๔  ประเภทอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้
ในสัลเลขสุตตันตะโดยนัยเป็นต้นว่า        ชนทั้งหลายเหล่าอื่นจักเป็นผู้
เบียดเบียน,  ในข้อนี้   เราจักไม่เป็นผู้เบียดเบียนดังนี้    ก็พึงทราบว่า
ท่านสงเคราะห์ด้วยสัลเลขญาณนี้เหมือนกัน.
๓๘.  อรรถกถาวีริยารัมภญาณุทเทส
ว่าด้วย  วีริยารัมภญาณ
            บัดนี้       เพื่อจะแสดงวิริยะคือสัมมัปธานอันพระโยคีบุคคลผู้ตั้ง
อยู่ในสัลเลขญาณพึงกระทำ       พระธรรมเสนาบดีสารีบุตรจึงยกวีริยา-
รัมภญาณขึ้นแสดงต่อจากสัลเลขญาณนั้น.
            ในวีริยารัมภญาณนั้น  คำว่า  อสลฺลีนตฺตปหิตตฺตปคฺคหฏฺเ€-
ในอรรถว่าประคองไว้ซึ่งจิตอันไม่หดหู่และตนอันส่งไปแล้ว    ความ
ว่า  ชื่อว่า  อสัลลีนัตตะ - มีจิตไม่หดหู่   เพราะอรรถวิเคราะห์ว่า   จิตไม่
หดหู่    ไม่ย่อท้อด้วยสามารถแห่งความเกียจคร้าน    ของบุคคลนั้นมีอยู่
ดังนี้.
            คำว่า   อตฺตา   ได้แก่จิต.    ดุจคำที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเป็น
อาทิไว้ว่า
                   ก็พวกคนไขน้ำย่อมไขน้ำไป,   พวกช่างศร
            ย่อมดัดศรให้ตรง,     ช่างถากก็ถากไม้,   บัณฑิต
            ทั้งหลายก็ย่อมฝึกตน  ดังนี้.
            ชื่อว่า    ปหิตัตตะ - มีตนส่งไปแล้ว    เพราะอรรถวิเคราะห์ว่า
อัตภาพอันตั้งไว้แน่วแน่ส่งไปปล่อยไป   โดยไม่คำนึงถึงร่างกายและชีวิต
ด้วยธรรมนั้นดังนี้.   คำว่า   อตฺตา  ได้แก่   อัตภาพ.    ดุจคำที่พระผู้มี-
พระภาคเจ้าตรัสเป็นอาทิไว้ว่า
                   อนึ่ง  ภิกษุณีใด  พร่ำตีตนแล้วร้องไห้  (เป็น
            ปาจิตตีย์).
            อสัลลีนัตตะนั้นด้วย  ปหิตัตตะนั้นด้วย ชื่อ  อสัลลีนัตตปหิ-
ตัตตะ - มีจิตไม่หดหู่และมีตนส่งไปแล้ว.  ธรรมใดย่อมประคองคือย่อม
อุปถัมภ์สหชาตธรรม  ฉะนั้นจึงชื่อว่า ปัคคหะ - ธรรมอันประคองสห
ชาตธรรม, ปัคคหะ  ธรรมอันประคองสหชาตธรรมนั่นแหละเป็นอรรถ
ชื่อว่า  ปัคคหัฏฐะ,  อธิบายว่า  มีการประกอบเป็นสภาวะ.
            การประคองซึ่งจิตไม่หดหู่และมีตนอันส่งไปแล้ว  ชื่อว่า  อสัลลี-
นัตตปหิตัตตปัคคหัฏฐะ.  ในอรรถว่าประคองไว้ซึ่งจิตอันไม่หดหู่และ
มีตนอันส่งไปแล้วนั้น.
๑. ขุ. ธ. ๒๕/๑๖. ๒. วิ. ภิกฺขุนี. ๓/๒๑๗.