๑๒๗    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๒๘
ขันติ.     ขันติญาณนี้เป็นตรุณวิปัสสนาญาณอันเป็นไปแล้วด้วยสามารถ
แห่งสัมมสนญาณ มีการพิจารณาสังขารธรรมโดยความเป็นกลาปเป็นต้น.
๔๒.  อรรถกถาปริโยคาหณญาณุทเทส
ว่าด้วย  ปริโยคาหณญาณ
            คำว่า  ผุฏฺ€ตฺตา  ปญฺา -  ปัญญาอันถูกต้องซึ่งธรรม   ความ
ว่า     ปัญญาอันเป็นไปแล้วเพราะความที่แห่งธรรมทั้งหลายมีรูปขันธ์เป็น
ต้น     เป็นธรรมอันญาณผัสสะถูกต้องแล้วด้วยสามารถแห่งการพิจารณา
โดยความเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้น.
            คำว่า  ปริโยคาหเณ   าณํ - ญาณในการหยั่งลง   ความว่า
ญาณใด  ย่อมหยั่งลง ย่อมเข้าไปสู่ธรรมอันญาณผัสสะถูกต้องแล้วนั่นเอง
ฉะนั้น   ญาณนั้นจึงชื่อว่า  ปริโยคาหณญาณ.     อาจารย์บางพวก   ทำ
รัสสะ  คา  อักษรเสียบ้างแล้วสวด.  ปริโยคาหณญาณนี้เป็นติกขวิปัสสนา-
ญาณเป็นไปแล้วด้วยสามารถแห่งภังคานุปัสนา.         แต่อาจารย์บางพวก
กล่าวว่า    วิปัสสนาญาณนั่นแหละ   เป็นขันติญาณสำหรับผู้มีสัทธาเป็น
พาหะ,   เป็นปริโยคาหณญาณสำหรับผู้มีปัญญาเป็นพาหะ.     เมื่อเป็น
๑. คือยังทำลายฆนสัญญาไม่ได้.
เช่นนี้    ญาณทั้ง ๒ นี้    ย่อมไม่เกิดพร้อมกันแก่คนๆ หนึ่ง,    ญาณที่
สาธารณะแก่พระสาวก ๖๗ ย่อมไม่เกิดขึ้นพร้อมกันแก่พระสาวกรูปหนึ่ง
ในการเกิดขึ้นพร้อมกันแห่งญาณนั้น,    เพราะฉะนั้น     คำของอาจารย์
บางพวกนั้น  จึงไม่ถูก.
๔๓. อรรถกถาปเทสวิหารญาณุทเทส
ว่าด้วย  ปเทสวิหารญาณ
            ประเทสวิหารญาณอันให้สำเร็จทัสนวิสุทธิญาณของพระอรหันต์
อันพระธรรมเสนาบดีสารีบุตร      กล่าวญาณอันเป็นเหตุให้สำเร็จทัสน-
วิสุทธิญาณว่า   ปุถุชนและพระเสกขบุคคลทั้งหลายพิจารณาอยู่ซึ่งธรรม
ทั้งสิ้นมีขันธ์เป็นต้น  อันเข้าถึงวิปัสสนา,  ไม่พิจารณาเอกเทสแห่งธรรม
เหล่านั้น,   เพราะฉะนั้น  ปเทสวิหารญาณย่อมไม่ได้แก่ปุถุชนและพระ-
เสกขบุคคลเหล่านั้น,   แต่ย่อมได้ตามชอบใจแก่พระอรหันต์เท่านั้น  ดังนี้
แล้วจึงยกขึ้นแสดงต่อจากปริโยคาหณญาณ.
            ในปเทสวิหารญาณ   คำว่า   สโมทหเน   ปญฺา -  ปัญญาใน
การประมวลมา  ความว่า  ปัญญาในการประมวลมา  คือปัญญาในการ
รวบรวมมา  ได้แก่    ปัญญาในการกระทำซึ่งธรรมคือเวทนาอันเป็นธรรม
พวกเดียวกันให้เป็นกอง    บรรดาธรรมมีขันธ์เป็นต้น.  ปาฐะว่า  สโม-