| เช่นนี้ ญาณทั้ง ๒ นี้ ย่อมไม่เกิดพร้อมกันแก่คนๆ หนึ่ง, ญาณที่ |
| สาธารณะแก่พระสาวก ๖๗ ย่อมไม่เกิดขึ้นพร้อมกันแก่พระสาวกรูปหนึ่ง |
| ในการเกิดขึ้นพร้อมกันแห่งญาณนั้น, เพราะฉะนั้น คำของอาจารย์ |
| บางพวกนั้น จึงไม่ถูก. |
| |
| ๔๓. อรรถกถาปเทสวิหารญาณุทเทส |
| ว่าด้วย ปเทสวิหารญาณ |
| ประเทสวิหารญาณอันให้สำเร็จทัสนวิสุทธิญาณของพระอรหันต์ |
| อันพระธรรมเสนาบดีสารีบุตร กล่าวญาณอันเป็นเหตุให้สำเร็จทัสน- |
| วิสุทธิญาณว่า ปุถุชนและพระเสกขบุคคลทั้งหลายพิจารณาอยู่ซึ่งธรรม |
| ทั้งสิ้นมีขันธ์เป็นต้น อันเข้าถึงวิปัสสนา, ไม่พิจารณาเอกเทสแห่งธรรม |
| เหล่านั้น, เพราะฉะนั้น ปเทสวิหารญาณย่อมไม่ได้แก่ปุถุชนและพระ- |
| เสกขบุคคลเหล่านั้น, แต่ย่อมได้ตามชอบใจแก่พระอรหันต์เท่านั้น ดังนี้ |
| แล้วจึงยกขึ้นแสดงต่อจากปริโยคาหณญาณ. |
| ในปเทสวิหารญาณ คำว่า สโมทหเน ปญฺา - ปัญญาใน |
| การประมวลมา ความว่า ปัญญาในการประมวลมา คือปัญญาในการ |
| รวบรวมมา ได้แก่ ปัญญาในการกระทำซึ่งธรรมคือเวทนาอันเป็นธรรม |
| พวกเดียวกันให้เป็นกอง บรรดาธรรมมีขันธ์เป็นต้น. ปาฐะว่า สโม- |
|
| ธาเน ปญฺา - ปัญญาในการประชุมดังนี้ก็มี, ใจความก็อันนั้นนั่น |
| แหละ. |
| คำว่า ปเทสวิหาเร าณํ - ญาณในวิหารธรรมส่วนหนึ่ง |
| ความว่า ธรรมเป็นเครื่องอยู่ด้วยอังคาพยพส่วนหนึ่ง โดยส่วนแห่ง |
| ธรรมมีขันธ์เป็นต้น ชื่อว่า ปเทสวิหาระ - ธรรมเป็นเครื่องอยู่ส่วน |
| หนึ่ง, ญาณในปเทสวิหารธรรมนั้น. |
| ในคำว่า ปเทสวิหาระนั้น ปเทสะมีอย่างต่าง ๆ คือ ขันธปเทสะ, |
| อายตนปเทสะ, ธาตุปเทสะ, สัจจปเทสะ, อินทริยปเทสะ, ปัจจยา- |
| การปเทสะ, สติปัฏฐานปเทสะ, ฌานปเทสะ, นามรูปปเทสะ, ธัมม- |
| ปเทสะ ชื่อว่า ปเทสะ. ก็ปเทสะมีอย่างต่าง ๆ อย่างนี้ ก็คือเวทนา |
| นั่นเอง. อย่างไร ? เวทนานั่นเองเป็นปเทสะแห่งธรรมมีขันธ์เป็นต้น |
| อย่างนี้ คือ |
| ขันธ์ ๕ เอกเทสแห่งขันธ์ คือเวทนาขันธ์, |
| อายตนะ ๑๒ เอกเทสแห่งธรรมายตนะ คือ |
| เวทนา, ธาตุ ๑๘ เอกเทสแห่งธรรมธาตุ คือ |
| เวทนา, สัจจะ ๔ เอกเทสแห่งทุกขสัจ คือ |
| เวทนา, อินทรีย์ ๒๒ เอกเทสแห่งอินทรีย์ คือ |
| เวทนินทรีย์ ๕, ปฏิจจสมุปปาทังคะ ๑๒ เอก- |
| เทสแห่งปัจจยาการ คือเวทนามีผัสสะเป็นปัจจัย, |
|