| ธาเน ปญฺา - ปัญญาในการประชุมดังนี้ก็มี, ใจความก็อันนั้นนั่น |
| แหละ. |
| คำว่า ปเทสวิหาเร าณํ - ญาณในวิหารธรรมส่วนหนึ่ง |
| ความว่า ธรรมเป็นเครื่องอยู่ด้วยอังคาพยพส่วนหนึ่ง โดยส่วนแห่ง |
| ธรรมมีขันธ์เป็นต้น ชื่อว่า ปเทสวิหาระ - ธรรมเป็นเครื่องอยู่ส่วน |
| หนึ่ง, ญาณในปเทสวิหารธรรมนั้น. |
| ในคำว่า ปเทสวิหาระนั้น ปเทสะมีอย่างต่าง ๆ คือ ขันธปเทสะ, |
| อายตนปเทสะ, ธาตุปเทสะ, สัจจปเทสะ, อินทริยปเทสะ, ปัจจยา- |
| การปเทสะ, สติปัฏฐานปเทสะ, ฌานปเทสะ, นามรูปปเทสะ, ธัมม- |
| ปเทสะ ชื่อว่า ปเทสะ. ก็ปเทสะมีอย่างต่าง ๆ อย่างนี้ ก็คือเวทนา |
| นั่นเอง. อย่างไร ? เวทนานั่นเองเป็นปเทสะแห่งธรรมมีขันธ์เป็นต้น |
| อย่างนี้ คือ |
| ขันธ์ ๕ เอกเทสแห่งขันธ์ คือเวทนาขันธ์, |
| อายตนะ ๑๒ เอกเทสแห่งธรรมายตนะ คือ |
| เวทนา, ธาตุ ๑๘ เอกเทสแห่งธรรมธาตุ คือ |
| เวทนา, สัจจะ ๔ เอกเทสแห่งทุกขสัจ คือ |
| เวทนา, อินทรีย์ ๒๒ เอกเทสแห่งอินทรีย์ คือ |
| เวทนินทรีย์ ๕, ปฏิจจสมุปปาทังคะ ๑๒ เอก- |
| เทสแห่งปัจจยาการ คือเวทนามีผัสสะเป็นปัจจัย, |
|
| สติปัฏฐาน ๔ เอา เทสแห่งสติปัฏฐาน คือเวทนา- |
| นุปัสนา, ฌาน ๔ เอกเทสแห่งฌาน คือสุข- |
| เวทนาและอุเบกขาเวทนา, นามรูป เอกเทสแห่ง |
| นามรูป คือเวทนาเจตสิก. |
| ธรรมทั้งปวงมีกุศลธรรมเป็นต้น, เอกเทสแห่งธรรม คือเวทนา |
| ชื่อว่า ปเทสวิหาระ ด้วยสามารถแห่งการพิจารณาเวทนานั้นนั่นแล. |
| |
| ๔๔. อรรถกถาสัญญาวิวัฏญาณุทเทส |
| ว่าด้วย สัญญาวิวัฏญาณ |
| เพราะเหตุที่ปุถุชนและพระเสกขบุคคลทั้งหลาย เมื่อเจริญญาณ |
| อันสำเร็จแล้วด้วยสมาธิภาวนา กระทำภาวนาธรรมที่ควรเจริญนั้น ๆ |
| ให้เป็นอธิบดี ให้เป็นใหญ่ พิจารณาธรรมทั้งหลายที่ตรงกันข้ามกับ |
| ภาวนาธรรมนั้น มีสภาวะต่าง ๆ มีโทษเป็นเอนก โดยความเป็นธรรม |
| มีโทษ แล้วตั้งจิตไว้ด้วยสามารถแห่งภาวนาธรรมนั้น ๆ ก็ย่อมละปัจ- |
| นิกธรรมเหล่านั้น ๆ เสียได้, และเมื่อละก็เห็นสังขารธรรมทั้งปวงโดย |
| ความเป็นของว่างในกาลแห่งวิปัสสนาภายหลัง ย่อมละได้ด้วยสมุจเฉท- |
| ปหาน, ก็แลเมื่อละอยู่อย่างนั้น ย่อมแทงตลอดสัจจะทั้งหลายละได้ |
| ด้วยการตรัสรู้ในขณะเดียว, พระอริยะทั้งหลายแม้ทั้งปวง ย่อมปฏิบัติ |
|