๑๓    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๔
ซึ่งปฏิสัมภิทาญาณเป็นเครื่องทำลายฆนสัญญาเสียได้    ดังนี้.   ก็เทสนา
ประเภทต่าง ๆ นี้มีอยู่,  เพราะเหตุนั้น   เทสนานั้น   จึงเป็นเทสนาให้
สำเร็จความเป็นบรรดาแห่งปฏิสัมภิทาทั้งหลาย.
         บรรดาบทเหล่านั้น   บทว่า   จตสฺโส   เป็นบทกำหนดจำนวน.
         บทว่า  ปฏิสมฺภิทา   ได้แก่   ปัญญาเป็นเครื่องแตกฉาน.  เป็น
ปัญญาเครื่องแตกฉานของญาณเท่านั้น       หาใช่เป็นความแตกฉานของ
ใคร ๆ อื่นไม่   เพราะท่านได้กล่าวไว้ว่า     ความรู้ในอรรถ    ชื่อว่าอรรถ
ปฏิสัมภิทา,   ความรู้ในธรรมชื่อว่า   ธรรมปฏิสัมภิทา,  ความรู้ในโวหาร
แห่งภาษาอันกล่าวถึงอรรถและธรรมะ ชื่อว่า นิรุตติปฏิสัมภิทา,   ความ
รู้ในญาณทั้งหลาย    ชื่อว่าปฏิภาณปฏิสัมภิทา.    เพราะฉะนั้น   คำว่า
จตสฺโส  ปฏิสมุภิทา   จึงมีความว่า   ประเภทแห่งญาณ  ๔  ประการ.
         ญาณอันถึงความแตกฉานในอรรถ         สามารถทำการกำหนด
สัลลักขณะและวิภาวนะของประเภทแห่งผล   ชื่อว่า   อรรถปฏิสัมภิทา.
         ญาณอันถึงความแตกฉานในธรรม         สามารถทำการกำหนด
สัลลักขณะและวิภาวนะของประเภทแห่งเหตุ  ชื่อว่า   ธรรมปฏิสัมภิทา.
         ญาณอันถึงความแตกฉานในนิรุตติ        สามารถทำการกำหนด
สัลลักขณะและวิภาวนะของประเภทแห่งนิรุตติ  ชื่อว่า  นิรุตติปฏิสัมภิทา.
๑. ญาณทั้ง ๓ เบื้องต้น คือ อรรถะ, ธรรมะ และนิรุตติ.
         ญาณอันถึงความแตกฉานในปฏิภาณ      สามารถทำการกำหนด
สัลลักษณะและวิภาวนะของประเภทแห่งปฏิภาณ   ชื่อว่า   ปฏิภาณปฏิ-
สัมภิทา.
         บรรดาบทเหล่านั้น   บทว่า   อตฺโถ    ว่าโดยสังเขป     ได้แก่ผล
อันเกิดแต่เหตุ.   จริงอยู่   ผลอันเกิดแต่เหตุนั้น   ย่อมเกิด     คือบรรลุถึง
ตามครรลองแห่งเหตุ      ฉะนั้นท่านจึงเรียกว่าอรรถะ.      แต่เมื่อว่าโดย
ประเภทแล้ว     ธรรม  ๕ ประการเหล่านี้คือ       ธรรมอันเกิดแต่ปัจจัย
ปจฺจยสมุปฺปนฺนํ )   อย่างใดอย่างหนึ่ง ๑.    นิพพาน   ๑.    อรรถกถา
แห่งพระบาลีอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้ว ๑.   วิปากจิต   ๑.   กิริยาจิต
๑.  บัณฑิตพึงทราบว่า อรรถะ.  ญาณอันถึงความแตกฉานในอรรถะนั้น
ของพระอริยบุคคลผู้พิจารณาอรรถะนั้นอยู่   ชื่อว่า  อรรถปฏิสัมภทา.
         บทว่า    ธมฺโม   ว่าโดยสังเขป  ได้แก่  ปัจจัย.   จริงอยู่ปัจจัยนั้น
ย่อมให้   คือย่อมให้เป็นไปและย่อมให้ถึงซึ่งผลนั้น ๆ  จะนั้นท่านจึงเรียก
ว่า   ธรรมะ.    แต่เมื่อว่าโดยประเภทแล้ว    ธรรม ๕  ประการเหล่านี้คือ
เหตุให้เกิดผลอย่างใดอย่างหนึ่ง  ๑.  อริยมรรค ๑.   พระบาลีอันพระผู้มี
พระภาคเจ้าตรัสแล้ว ๑.   กุศลจิต ๑.   อกุศลจิต  ๑.   บัณฑิตพึงทราบว่า
ธรรม.        ญาณอันถึงความแตกฉานในธรรมนั้นของพระอริยบุคคลผู้
พิจารณาธรรมนั้นอยู่   ชื่อว่า    ธรรมปฏิสัมภิทา.