๑๓๑    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๓๒
ตามควรด้วยอาการทั้งหลายตามที่กล่าวแล้วนั่นแล,    ฉะนั้นพระธรรม-
เสนาบดีสารีบุตรจึงยกญาณทั้ง  ๖  มีสัญญาวิวัฏญาณเป็นต้น    ขึ้นแสดง
ต่อจากปเทสวิหารญาณตามลำดับ  ณ บัดนี้.
            ในสัญญาวิวัฏญาณนั้น    คำว่า  อธิปตตฺตา   ปญฺา - ปัญญา
มีกุศลเป็นอธิบดี    ความว่า    ปัญญาที่กระทำกุศลธรรมมีเนกขัมมะ
เป็นต้น    ให้เป็นธรรมอันยิ่งโดยความเป็นแห่งอธิบดีแห่งกุศลธรรมทั้ง-
หลายมีเนกขัมมะเป็นต้น  แล้วเป็นไปโดยความเป็นธรรมอันยิ่งในกุศล-
ธรรมมีเนกขัมมะเป็นต้นนั้น.
            คำว่า  สญฺาวิวฏฺเฏ  าณํ - ญาณในความหลีกออกจาก
นิวรณ์ด้วยสัญญา   ท่านกล่าวอธิบายไว้ว่า  การหลีกออก  การหมุนออก
ความเป็นผู้หันหลังให้นิวรณ์มีกามฉันทะเป็นต้น   ได้ด้วยสัญญา   ฉะนั้น
จึงชื่อว่า   สัญญาวิวัฏฏะ,     ญาณในการหลีกออกจากนิวรณ์มีกามฉันทะ
เป็นต้นนั้น ๆ ด้วยสัญญาที่กระทำภาวนาธรรมนั้น  ๆ ให้เป็นอธิบดี  เป็น
เหตุ  เป็นกรณะ.
            สัญญา   แม้จะมิได้กล่าวไว้ว่า   เอตฺโต   วิวฏฺโฏ  -  หมุนกลับ
จากภาวนาธรรมนี้     แต่ก็เป็นเหตุให้สัญญาหมุนกลับ    เหมือนอย่าง
วิวัฏนานุปัสสนา.
            ก็สัญญานั้น  มีความจำอารมณ์  เป็น  ลักษณะ,
            มีการจำอารมณ์ได้และทำนิมิตไว้   เป็น  กิจ  เหมือนช่างไม้  ทำ
เครื่องหมายไว้ที่ไม้เป็นต้น,
            มีความจำได้ในสิ่งที่หมายไว้  เป็น ปัจจุปัฏฐาน   เหมือนคนตา
บอดคลำช้าง,  อีกอย่างหนึ่ง  มีการตั้งอยู่ไม่นานเพราะหยั่งลงในอารมณ์
เป็น  ปัจจุปัฏฐาน   เหมือนสายฟ้าแลบ,
            มีอารมณ์ที่กำหนดไว้  เป็น ปทัฏฐาน    เหมือนสัญญาในหุ่นที่
ทำด้วยหญ้าเกิดแก่ลูกเนื้อว่า   เป็นบุรุษ.
๔๕.  อรรถกถาเจโตวิวัฏญาณุทเทส
ว่าด้วย  จโตวิวัฏญาณ
            คำว่า  นานตฺเต  ปญฺา - ปัญญาในนานัตตธรรม  ความว่า
ปัญญาที่เป็นไปแล้วในสภาวธรรมต่าง ๆ โดยความเป็นภาเวตัพพธรรม-
ธรรมที่ควรเจริญ  และในสภาวธรรมอื่น   มีกามฉันทะเป็นต้น     โดย
เห็นว่าเป็นธรรมมีโทษ.
            และคำว่า   นานตฺเต    เป็นสัตตมีวิภัตติลงในอรรถแห่งนิมิตต-
สัตตมี,   อีกอย่างหนึ่ง   ละความเป็นต่าง ๆ  ชื่อว่า  นานัตตะ,  อธิบายว่า
เหตุแห่งการละนานัตตธรรม   เป็นนิมิตแห่งการละนานัตตธรรม   เป็น
ปัญญาในกุศลธรรมมีเนกขัมมะเป็นต้น.