| ในอภิญญา ๖ แม้นั้น ท่านยกอิทธิวิธญาณแสดงก่อน คือ |
| ความแปลกประหลาด เพราะเป็นอานุภาพอันปรากฏแก่โลก, ยกทิพ- |
| โสตญาณขึ้นแสดงเป็นอันดับที่ ๒ คือ ทิพโสตญาณอันเป็นโอฬาริกวิสัย |
| เพราะเป็นอารมณ์ของเจโตปริยญาณ, ยกเจโตปริยญาณขึ้นแสดงเป็น |
| อันดับที่ ๓ เพราะเป็นสุขุมวิสัย. |
| บรรดาวิชชา ๓ ท่านยกบุพเพนิวาสานุสติญาณ ขึ้นแสดงเป็น |
| อันดับที่ ๑ เพราะบรรเทาความมืดในอดีตที่ปกปิดบุพเพนิวาสคือการ |
| เกิดในชาติก่อน, ยกทิพจักขุญาณขึ้นแสดงเป็นอันดับที่ ๒ เพราะ |
| บรรเทาความมืดทั้งในปัจจุบันและอนาคต, ยกอาสวักขยญาณขึ้นแสดง |
| เป็นอันดับที่ ๓ เพราะตัดความมืดทั้งหมดเสียได้เด็ดขาด. |
| บรรดาคำเหล่านั้น คำว่า กายมฺปิ-แม้ซึ่งกาย ได้แก่ แม้ |
| ซึ่งรูปกาย. |
| คำว่า จิตฺตมฺปิ - แม้ซึ่งจิต ได้แก่ แม้ซึ่งจิตอันมีฌานเป็นบาท. |
| คำว่า เอกววตฺถานตา - เพราะการกำหนดเข้าเป็นอันเดียว |
| กัน มีคำอธิบายว่า ด้วยทิสมานกายหรืออทิสมานกาย เพราะตั้งไว้ |
| โดยความเป็นอันเดียวกันกับบริกรรมจิต และเพราะกระทำกายและจิต |
| ให้ระคนกันตามที่จะประกอบได้ ในคราวที่ประสงค์จะไป. |
| ก็คำว่า กาโย - กาย ในที่นี้ ได้แก่ สรีระ. จริงอยู่ สรีระ |
| ท่านเรียกว่า กาย เพราะเป็นบ่อเกิดแห่งอวัยวะทั้งหลายมีเกสา - ผม |