๑๔๖    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๔๗
            บทว่า   นิวุตฺถา - ขันธ์ที่เคยอาศัยอยู่   ความว่า    อยู่แล้วด้วย
 การอยู่เพราะอาศัยธรรมดังกล่าวแล้วเป็นอารมณ์   คือ    รู้แจ้งได้ด้วยจิต
ของตน   ชื่อว่า   การกำหนด    ถึงแม้ว่ารู้แจ้งซึ่งจิตของคนอื่น    ก็ชื่อว่า
การกำหนด    แต่ผู้ที่ทรงคุณอย่างหลังนี้     ย่อมมีแก่พระพุทธเจ้าเท่านั้น
ในบรรดาการระลึกถึงการเวียนว่ายตายเถิดซึ่งขาดเป็นตอน ๆ   เป็นต้น.
            คำว่า  ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติ - ตามระลึกถึงชาติก่อน ๆ  ได้
ความว่า   ตามระลึกถึงขันธ์ที่เคยอาศัยอยู่ในครั้งก่อนได้ด้วยสติใด,   สติ
นั้น  ชื่อว่า  บุพเพนิวาสานุสติ.
            คำว่า   าณํ - ญาณ  ได้แก่   ญาณอันสัมปยุตด้วยสตินั้น.
๕๔. อรรถกถาทิพจักขุญาณุทเทส
ว่าด้วย  ทิพจักขุญาณ
            คำว่า  โอภาสวเสน - ด้วยสามารถแสงสว่าง  ความว่า ด้วย
อำนาจแสงสว่างแห่งกสิณ   อย่างใดอย่างหนึ่ง   คือเตโชกสิณ   โอทาต-
กสิณ   อาโลกกสิณ   อันเป็นอารมณ์แห่งจตุตถฌานอันแผ่ไปเพื่อเห็นรูป
ด้วยทิพยจักษุ.
            คำว่า   นานตฺเตกตฺตรูปนิมิตฺตานํ - นิมิตคือรูปต่างกันแล
อย่างเดียวกัน  ความว่า  รูปแห่งสัตว์ต่าง ๆ, หรือ  รูปสัตว์ทั้งหลาย
ที่เกิดขึ้น  ในจำพวกที่มีกายต่างกัน,  หรือรูปทั้งหลายในทิศต่าง ๆ,  หรือ
รูปทั้งหลายที่ไม่ระคนกัน   ชื่อว่า   นานตฺตรูป - รูปต่างกัน,  รูปแห่ง
สัตว์ผู้เดียว,  หรือรูปแห่งสัตว์ผู้เกิดในจำพวกที่มีกายอย่างเดียวกัน,   หรือ
รูปทั้งหลายในทิศเดียว,   หรือรูปทั้งหลายเข้ากันได้แห่งทิศต่าง ๆ เป็นต้น
ชื่อเอกตฺตรูป - รูปอย่างเดียวกัน.
            ก็  ในคำว่า  รูปํ  นี้  ได้แก่  วัณณายตนะ  (สี) เท่านั้น.  เพราะ
วัณณายตนะนั้น    ย่อมแตกดับไป    ฉะนั้นจึงชื่อว่า   รูป,   อธิบายว่า
วัณณายตนะนั้น     เมื่อถึงซึ่งวรรณวิการ - ความเปลี่ยนไปแห่งวรรณะ
ก็ย่อมประกาศความถึงซึ่งหทัย.   รูปนั่นแหละ  ชื่อว่า  นิมิตคือรูป.  แห่ง
นิมิตคือรูปต่างกันและอย่างเดียวกันเหล่านั้น.
            คำว่า   ทสฺสนฏฺเ€   ปญฺา - ปัญญาในอรรถว่าเห็น  ได้แก่
ปัญญาในการเห็นเป็นสภาวะ.
            คำว่า   ทิพฺพจกฺขุาณํ - ญาณในทิพจักขุ    ชื่อว่า    ทิพย์
เพราะเป็นเช่นกับด้วยของทิพย์.     ปสาทจักขุอันเป็นทิพย์ของทวยเทพ
อันเกิดขึ้นด้วยสุจริตกรรม  อันไม่แปดเปื้อนด้วยมลทินทั้งหลาย  มี น้ำดี
เสมหะและโลหิตเป็นต้น      สามารถรับอารมณ์แม้ในที่ไกลได้เพราะพ้น
จากมลทินเครื่องเศร้าหมอง.    ญาณจักขุแม้นี้     อันเกิดเพราะกำลังแห่ง
วีริยภาวนา   ก็เป็นเช่นนั้นนั่นเอง ฉะนั้น   จึงชื่อว่า  ทิพย์  เพราะเป็น
เช่นกับของทิพย์.     ชื่อว่า    ทิพย์     แม้เพราะเป็นธรรมอันตนอาศัย
ทิพวิหารธรรม เพราะได้เฉพาะด้วยอำนาจทิพวิหารธรรม, ชื่อว่า  ทิพย์