๑๔๘    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๔๙
เพราะเป็นของรุ่งเรืองมากด้วยการกำหนดอาโลกะ -  แสงสว่าง,  ชื่อว่า
ทิพย์  แม้เพราะมีทางไปมาก  ด้วยการเห็นรูปภายในฝาเรือนเป็นต้นได้.
            คำทั้งหมดนั้น    พึงทราบตามครรลองแห่งคัมภีร์ศัพทศาสตร์.
เพราะอรรถว่าเห็น    จึงชื่อว่า    จักขุ,    ญาณนั้นเหมือนกับจักขุ    แม้
เหตุนั้น  จึงชื่อว่า   จักขุ,  จักขุนั้นด้วยเป็นเพียงดังทิพย์ด้วย   ฉะนั้น
จึงชื่อว่า  ทิพจักขุ,  ทิพจักขุนั้นด้วย   ญาณด้วย  รวมกันเป็น   ทิพ-
จักขุญาณ - ญาณในทิพจักขุ.
๕๕. อรรถกถา  อาสวักขยญาณุทเทส
ว่าด้วย  อาสวักขยญาณ
            คำว่า   จตุสฏฺ€ิยา  อากาเรหิ - ด้วยอาการ ๖๔   ความว่า
ด้วยอาการแห่งอินทรีย์อย่างละ  ๘  ในมรรคผลหนึ่ง ๆ ทั้ง ๘ ในมรรคผล
ละ ๘   ละ ๘  จึงรวมเป็น  ๖๔.
            คำว่า    ติณฺณนฺนํ   อินฺทฺริยานํ - อินทรีย์  ๓   ความว่า  ใน
อินทรีย์ ๓ เหล่านี้คือ     อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์,     อัญญินทรีย์,
อัญญาตาวินทรีย์.
            คำว่า    วสิภาวตา    ปญฺา -  ปัญญาคือความเป็นผู้มีความ
ชำนาญ    ความว่า   ปัญญาอันเป็นไปแล้วโดยความเป็นผู้มีความชำนาญ,
ปัญญาอันเป็นไปแล้วโดยความเป็นผู้มีความชำนาญ    แห่งอัญญาตาวิน-
ทรีย์นั่นแหละด้วยอาการ  ๘  ด้วยสามารถแห่งอินทรีย์  ๘   ในอรหัตผล
คำนี้พึงทราบว่าท่านกล่าวแล้ว  เพราะความสำเร็จผลนั้นด้วยสามารถแห่ง
การสำเร็จเหตุ   แม้เพราะความไม่มีในขณะแห่งอรหัตมรรค.
            บทว่า    อาสวานํ    ขเย   าณํ - ญาณในความสิ้นไปแห่ง
อาสวะทั้งหลาย  ความว่า  อรหัตมรรคญาณอันกระทำความสิ้นไป
แห่งอาสวะทั้งหลายอันตนฆ่าเสียแล้ว.
๕๖-๕๙. อรรถกถาทุกขสมุทยนิโรธมรรคญาณุทเทส
ว่าด้วย    ญาณในอริยสัจ
            บัดนี้     เพื่อแสดงความตรัสรู้ด้วยญาณอันเดียวกัน    แห่งมรรค
ญาณหนึ่ง ๆ บรรดามรรคญาณทั้ง ๔   ด้วยการเกี่ยวเนื่องกับด้วยอรหัต-
มรรคญาณกล่าวคืออาสวักขยญาณ      พระธรรมเสนาบดีสารีบุตรจึงได้
ยกญาณทั้ง ๔ มีคำว่า  ปริญฺฏฺเ€  ปญฺา - ปัญญาในอรรถว่ารู้รอบ
เป็นต้นขึ้นแสดง.
            บรรดาสัจจะทั้ง  ๔  นั้น    ทุกขสัจจะ    ท่านกล่าวก่อน    เพราะ
ทุกขสัจจะ   เป็นของหยาบ,   เพราะมีอยู่ทั่วไปแก่สัตว์ทั้งปวง.  และเป็น
ของที่รู้ได้โดยง่าย,   แล้วแสดงสมุทยสัจจะต่อจากทุกขสัจจะนั้น    เพื่อ