๑๕๒    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๕๓
            ในคำว่า    ทุกฺขสมุทเย - ในทุกขสมุทัยนี้    สํ    ศัพท์นี้
แสดงถึงสังโยคะ - การประกอบพร้อมกัน   ดุจในคำเป็นต้นว่า  สมาค-
โม - มาประชุมพร้อมกัน   สเมตํ  - มาถึงพร้อมกัน,   อุ  ศัพท์นี้   แสดง
ถึงการอุบัติ   ดุจในคำเป็นต้นว่า  อุปฺปนฺนํ -  เกิดขึ้นแล้ว อุทิตํ -  ตั้งขึ้น
แล้ว.  อย  ศัพท์  ก็ย่อมแสดงถึงการณะ - เหตุ. ก็สัจจะที่ ๒ นี้   เมื่อการ
ประชุมพร้อมแห่งปัจจัยที่เหลือมีอยู่ก็เป็นเหตุเกิดขึ้นแห่งทุกข์    เพราะ
ฉะนั้นท่านจึงเรียกว่า    ทุกขสมุทัย   เพราะเหตุที่สัจจะที่ ๒   เป็นเหตุ
เกิดแห่งทุกข์ในเมื่อมีการประกอบ.
            ในคำว่า    ทุกฺขนิโรธ - ในความดับแห่งทุกข์นี้  นิ  ศัพท์
แสดงถึง  อภาวะ - ความไม่มี, และ โรธ  ศัพท์  แสดงถึงการเที่ยวไป
ในวัฏสงสาร.       เพราะฉะนั้น      ความไม่มีแห่งการเที่ยวไปแห่งทุกข์
กล่าวคือการเที่ยวไปในสังสารทุกข์   เพราะว่างจากคติทั้งปวง,   อีกอย่าง
หนึ่ง    เมื่อบรรลุนิโรธนั้นแล้ว     ทุกขนิโรธอันท่องเที่ยวไปในสงสาร
ย่อมไม่มี    เพราะความที่ทุกขนิโรธเป็นปฏิปักษ์ต่อการท่องเที่ยวไปใน
สังสาร  แม้เพราะเหตุนี้   ก็เรียกว่า   ทุกขนิโรธ   อีกอย่างหนึ่ง  เรียกว่า
ทุกขนิโรธ    เพราะเป็นปัจจัยแก่การดับไม่เกิดแห่งทุกข์.
            ในคำว่า   ทุกฺขนิโรธคามินิยา   ปฏิปทาย - ในปฏิปทาเป็น
เหตุถึงซึ่งทุกขนิโรธนี้    มรรคมีองค์   ๘  นี้       ย่อมถึงซึ่งทุกขนิโรธ
เพราะมุ่งหน้าต่อทุกขนิโรธนั้น    โดยการกระทำให้เป็นอารมณ์  และ
เป็นปฏิปทาแห่งการบรรลุทุกขนิโรธ  ฉะนั้นท่านจึงเรียกว่า  ทุกขนิโรธ-
คามินีปฏิปทา.
            มรรคญาณ ๙ เท่านั้น    ในเบื้องต้นท่านกล่าวว่า    มรรคญาณ
ด้วยสามารถแห่งการแสดงอาการคือการออก,     ท่านกล่าวว่า     อานัน-
ตริกสมาธิญาณ  ด้วยสามารถแห่งการแสดงเหตุแห่งการให้ผลในลำดับ,
ท่านกล่าว   สัจวิวัฏญาณ     ด้วยอำนาจการแสดงซึ่งการหลีกออกจาก
วัฏฏะด้วยสัจจะ,   ท่านกล่าว   อาสวักขยญาณ   เพื่อแสดงความเกิดขึ้น
แห่งอรหัตมรรคญาณตามลำดับแห่งมรรค    และเพื่อแสดงความรู้ยิ่งแห่ง
ญาณนั้น,  ท่านแสดงญาณ  ๔  เป็นต้นว่า   ปัญญาในปริญเญยยธรรม
ชื่อว่าทุกขญาณ    เพื่อแสดงความที่มรรคญาณทั้ง  ๔  เป็นญาณที่ตรัสรู้
โดยความเป็นอันเดียวกันซ้ำอีก   ท่านยกญาณทั้ง  ๔  มีทุกขญาณเป็นต้น
ด้วยสามารถแห่งการแสดงการเกิดขึ้นแยกกันในสัจจะหนึ่ง ๆ อีก  ฉะนั้น
พึงทราบความต่างกันทั้งในเบื้องต้นและเบื้องปลาย       ดังแสดงมาด้วย
ประการฉะนี้แล.