๑๕๗    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๕๘
อินฺทฺริยปุโรปริยตฺตาณํ.   เมื่อควรจะกล่าวว่า  ปรานิ   จ   อปรานิ  จ
ปราปรานิ   ท่านก็เรียกเสียว่า   ปโรปรานิ   เพราะทำให้เป็น  โร  อักษร
ด้วยสนธิวิธี.   ภาวะแห่งปโรประ   ชื่อว่า   ปโรปริยะ,    ปโรปริยะนั่น-
แหละ   ชื่อว่า   ปโรปริยัตตะ,  ความอ่อนและความแก่กล้าแห่งอินทรีย์
๕  มีสัทธาเป็นต้น   ของเวไนยสัตว์ทั้งหลาย   ชื่อว่า  อินทริยปโรปริ-
ยัตตะ,    ญาณในอินทริยปโรปริยัตตะ   ชื่อว่า   อินทริยปโรปริยัตต-
ญาณ,   อธิบายว่า    ญาณในความที่อินทรีย์ทั้งหลายเป็นคุณสูงและต่ำ
ปาฐะว่า   อินฺทฺริยวโรวริยตฺตาณํ - ญาณในความที่อินทรีย์เป็นคุณ
ประเสริฐและไม่ประเสริฐ    ดังนี้ก็มี.    พึงประกอบคำว่า   วรานิ  จ
อวริยานิ  จ  วโรวริยานิ - ประเสริฐด้วย  ไม่ประเสริฐด้วย   ชื่อว่า
ประเสริฐและไม่ประเสริฐ,   ภาวะแห่งวโรวริยะ   ชื่อว่า  วโรวริยัตตะ.
            คำว่า   อวริยานิ - ไม่ประเสริฐ   ความว่า  ไม่สูงสุด.   อีกอย่าง
หนึ่ง ปร- อินทรีย์ที่ใช้ได้ด้วย,  โอปร - อินทรีย์ที่ใช้ไม่ได้ด้วย   ชื่อว่า
ปโรประ,   พึงประกอบความว่า  ภาวะแห่งปโรประ ชื่อว่า ปโรปริยัตตะ
- ความเป็นแห่งอินทรีย์ที่ใช้ได้และใช้ไม่ได้ดังนี้.
            คำว่า  โอปรานิ - อินทรีย์ที่ใช้ไม่ได้  มีคำอธิบายว่า  ต่ำทราม,
ความว่า   ลามก   ดุจในคำเป็นต้นว่า     พิจารณาธรรมอันลามกของผู้ใด
อยู่*ดังนี้.     ท่านตั้งปาฐะไว้เป็นสัตตมีวิภัตติว่า    อินฺทฺริยปโรปริยตฺเต
าณํ   ดังนี้ก็มี.
๑. ขุ. สุ. ๒๕/๓๕๙.
๖๙. อรรถกถาอาสยานุสยณาณุทเทส
ว่าด้วย  อาสยานุสยญาณ
            สัตว์ทั้งหลาย   ข้องอยู่ด้วยฉันทราคะในขันธ์ทั้งหลายมีรูปขันธ์
เป็นต้น   เรียกว่า   สตฺตา - สัตว์ทั้งหลาย  ในคำนี้ว่า   สตฺตานํ     อา-
สยานุสเย   าณํ - ญาณในอาสยานุสัยของสัตว์ทั้งหลาย.   สมจริง
ดังคำที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า
                             ดูก่อนราธะ    เพราะเหตุที่ความพอใจ   ความ
            กำหนัด  ความเพลิดเพลิน   ความทะยานอยากใน
            รูปแล   เป็นผู้ข้องในรูป   เป็นผู้เกี่ยวข้องในรูปนั้น
            ฉะนั้นจึงเรียกว่า  สัตว์   เพราะเหตุที่ความพอใจ
            ความกำหนัด    ความเพลิดเพลิน     ความทะยาน
            อยากในเวทนา...   ในสัญญา...   ในสังขาร ...
            ในวิญญาณ  เป็นผู้ข้องในวิญญาณ เป็นผู้เกี่ยวข้อง
            ในวิญญาณนั้น  ฉะนั้น  จึงเรียกว่า  สัตว์   ดังนี้
            เป็นต้น
            ส่วนอาจารย์ผู้เพ่งเฉพาะตัวอักษร  ไม่ใคร่ครวญถึงอรรถะ  ก็ลง
ความเห็นว่า    คำนี้เป็นเพียงคำนามเท่านั้น.      ฝ่ายอาจารย์เหล่าใดใคร่
ครวญถึงอรรถะ,  อาจารย์เหล่านั้น  ก็ย่อมประสงค์  ความว่า  ชื่อว่า
๑. สํ. ขนฺธ. ๑๗/๓๖๗.