๑๖    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๗
                     ความรู้แตกฉานในชรามรณะ  ชื่อ  อรรถ-
         ปฏิสัมภิทา,  ความรู้แตกฉานในเหตุเกิดแห่งชรา-
         มรณะ  ชื่อว่า  ธรรมปฏิสัมภิทา,  ความรู้แตกฉาน
         ในความดับแห่งชรามรณะ  ชื่อว่า   อรรถปฏิสัมภิทา,
         ความรู้แตกฉานในปฏิปทาอันเป็นเหตุให้ถึงความ
         ดับแห่งชรามรณะ   ชื่อว่า   ธรรมปฏิสัมภิทา.
                     ความรู้แตกฉานในชาติ  ฯลฯ  ความรู้แตก
         ฉานในภพ ฯลฯ  ความรู้แตกฉานในอุปาทาน  ฯลฯ
         ความรู้แตกฉานในตัณหา  ฯลฯ  ความรู้แตกฉาน
         ในเวทนา  ฯลฯ  ความรู้แตกฉานในผัสสะ  ฯลฯ
         ความรู้แตกฉานในสฬายตนะ  ฯลฯ  ความรู้แตก
         ฉานในนามรูป  ฯลฯ  ความรู้แตกฉานในวิญญาณ
         ฯลฯ  ความรู้แตกฉานในสังขารทั้งหลาย  ชื่อว่า
         อรรถปฏิสัมภิทา.  ความรู้แตกฉานในเหตุเกิดแห่ง
         สังขาร  ชื่อว่า  ธรรมปฏิสัมภิทา,  ความรู้แตกฉาน
         ในความดับแห่งสังขาร  ชื่อว่า  อรรถปฏิสัมภิทา,
         ความรู้แตกฉานในปฏิปทาอันเป็นเหตุให้ถึงความ
         ดับแห่งสังขาร  ชื่อว่า  ธรรมปฏิสัมภิทา.
                     ภิกษุในธรรมวินัยนี้  ย่อมรู้แตกฉานซึ่ง
         ธรรม  คือ  สุตตะ  เคยยะ  เวยยากรณะ  คาถา
         อุทาน  อิติวุตตกะ  ชาตกะ  อัพภูตธรรมะ  เวทัลละ
         นี้เรียกว่า  ธรรมปฏิสัมภิทา,  ภิกษุนั้นย่อมรู้แตก
         ฉานในอรรถแห่งภาษิตนั้น ๆ ว่า  นี้เป็นอรรถแห่ง
         ภาษิตนี้,     นี้เป็นอรรถแห่งภาษิตนั้น  นี้เรียกว่า
         อรรถปฏิสัมภิทา.
                     สภาวธรรมทั้งหลายที่เป็นกุศลเป็นไฉน  ?
                     กามาวจรกุศลจิต  เกิดพร้อมด้วยโสมนัส
         ประกอบด้วยปัญญา  มีรูปเป็นอารมณ์  ฯลฯ  มี
         ธรรมเป็นอารมณ์    หรือปรารภอารมณ์ใด ๆ  เกิดขึ้น
         ในสมัยใด   ผัสสะ  ฯลฯ  อวิกเขปะ  มีในสมัยนั้น
         ธรรมเหล่านี้   ชื่อว่า   สภาวธรรมทั้งหลายที่เป็นกุศล.
         ความรู้แตกฉานในธรรมเหล่านี้   ชื่อว่า  ธรรมปฏิ-
         สัมภิทา,     ความรู้แตกฉานในวิบากแห่งธรรมเหล่า
         นั้น  ชื่อว่า  อรรถปฏิสัมภิทา.
         คำว่า   ตตฺร   ธมฺมนิรุตฺตาภิลาเป   าณํ    ความว่า    ความรู้
แตกฉานในคำพูด  คำกล่าว   คำที่เปล่งถึงสภาวนิรุตติอันเป็นโวหารที่ไม่