| ด้วยเป็นสมาบัติด้วย ฉะนั้นจึงชื่อว่า มหากรุณาสมาบัติ. ในมหากรุณา |
| สมาบัตินั้น, ญาณอันสัมปยุตกับด้วยมหากรุณาสมาบัตินั้น. |
| |
| ๗๒ - ๗๓. อรรถกถาสัพพัญญุตญาณอนาวรณญาณุทเทส |
| ว่าด้วย สัพพัญญุตญาณอนาวรณญาณ |
| พึงทราบวินิจฉัยในคำว่า สพฺพญฺญุตาณํ อนาวรณาณํ- |
| ญาณเป็นเครื่องรู้ธรรมทั้งปวง ญาณอันไม่มีอะไรติดขัด นี้ ดังต่อ |
| ไปนี้ |
| พระพุทธะพระองค์ใด ทรงรู้ธรรมทั้งปวงมีประเภทแห่งคลอง |
| อันจะพึงแนะนำ ๕ ประการ ฉะนั้น พระพุทธะพระองค์นั้น ชื่อว่า |
| สัพพัญญู - รู้ธรรมทั้งปวง, ความเป็นแห่งพระสัพพัญญู ชื่อว่า |
| สัพพัญญุตา, ญาณคือพระสัพพัญญุตาญาณนั้น ควรกล่าวว่า สัพพัญญุ- |
| ตาญาณ ท่านก็กล่าวเสียว่า สัพพัญญุตญาณ. จริงอยู่ ธรรมทั้งปวง |
| ต่างโดยเป็นสังขตธรรมเป็นต้น เป็นครรลองธรรมที่จะพึงแนะนำมี |
| ๕ อย่าง๑เท่านั้น คือ สังขาร ๑, วิการ ๑, ลักขณะ ๑. นิพพาน ๑ |
| และ บัญญัติ ๑. |
|
|
| คำว่า สพฺพญฺญู - รู้ธรรมทั้งปวง ความว่า สัพพัญญูมี ๕ |
| อย่างคือ |
| ๑. กมสัพพัญญู - รู้ธรรมทั้งปวงตามลำดับ, |
| ๒. สกิงสัพพัญญู - รู้ธรรมทั้งปวงในคราวเดียวกัน, |
| ๓. สตตสัพพัญญู - รู้ธรรมทั้งปวงติดต่อกันไป, |
| ๔. สัตติสัพพัญญู - รู้ธรรมทั้งปวงด้วยความสามารถ. |
| ๕. ญาตสัพพัญญู - รู้ธรรมทั้งปวงที่รู้แล้ว. |
| กมสัพพัญญุตา ย่อมมีไม่ได้ เพราะกาลเป็นที่รู้ธรรมทั้งปวงไม่ |
| เกิดขึ้น ตามลำดับ, |
| สกิงสัพพัญญุตา ก็มีไม่ได้ เพราะไม่มีการรับอารมณ์ทั้งปวงได้ |
| ในคราวเดียวกัน, |
| สัตตสัพพัญญุตา ก็มีไม่ได้ เพราะความเกิดขึ้นแห่งจิตในอารมณ์ |
| ตามสมควรแก่จิต มีจักขุวิญญาณจิตเป็นต้น และเพราะไม่มีการประ- |
| กอบในภวังคจิต, |
| สัตติสัพพัญญุตา พึงมีได้ เพราะสามารถรู้ธรรมทั้งปวงโดยการ |
| แสวงหา, |
| ญาตสัพพัญญุตา ก็พึงมีได้ เพราะธรรมทั้งปวงรู้แจ่มแจ้งแล้ว. |
| ข้อว่า ความรู้ธรรมทั้งปวงไม่มีในสัตติสัพพัญญุตาแม้นั้นย่อมไม่ |
| ถูกต้อง. เพราะท่านกล่าวไว้ว่า |
|