๑๖๑    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๖๒
ด้วยเป็นสมาบัติด้วย  ฉะนั้นจึงชื่อว่า  มหากรุณาสมาบัติ.  ในมหากรุณา
สมาบัตินั้น,   ญาณอันสัมปยุตกับด้วยมหากรุณาสมาบัตินั้น.
๗๒ - ๗๓.  อรรถกถาสัพพัญญุตญาณอนาวรณญาณุทเทส
ว่าด้วย  สัพพัญญุตญาณอนาวรณญาณ
          พึงทราบวินิจฉัยในคำว่า   สพฺพญฺญุตาณํ  อนาวรณาณํ-
ญาณเป็นเครื่องรู้ธรรมทั้งปวง   ญาณอันไม่มีอะไรติดขัด  นี้   ดังต่อ
ไปนี้
            พระพุทธะพระองค์ใด    ทรงรู้ธรรมทั้งปวงมีประเภทแห่งคลอง
อันจะพึงแนะนำ  ๕  ประการ   ฉะนั้น   พระพุทธะพระองค์นั้น   ชื่อว่า
สัพพัญญู - รู้ธรรมทั้งปวง,      ความเป็นแห่งพระสัพพัญญู   ชื่อว่า
สัพพัญญุตา,  ญาณคือพระสัพพัญญุตาญาณนั้น  ควรกล่าวว่า  สัพพัญญุ-
ตาญาณ  ท่านก็กล่าวเสียว่า  สัพพัญญุตญาณ.  จริงอยู่  ธรรมทั้งปวง
ต่างโดยเป็นสังขตธรรมเป็นต้น        เป็นครรลองธรรมที่จะพึงแนะนำมี
๕  อย่างเท่านั้น  คือ  สังขาร  ๑, วิการ  ๑, ลักขณะ ๑.  นิพพาน  ๑
และ  บัญญัติ  ๑.
๑. ในคัมภีร์อภิธานัปปทีปิกา เรียกธรรม ๕ มีสังขารเป็นต้น นี้ว่า ไญยธรรม.
            คำว่า  สพฺพญฺญู - รู้ธรรมทั้งปวง    ความว่า   สัพพัญญูมี  ๕
อย่างคือ
              ๑. กมสัพพัญญู -    รู้ธรรมทั้งปวงตามลำดับ,
              ๒. สกิงสัพพัญญู - รู้ธรรมทั้งปวงในคราวเดียวกัน,
              ๓. สตตสัพพัญญู - รู้ธรรมทั้งปวงติดต่อกันไป,
              ๔. สัตติสัพพัญญู - รู้ธรรมทั้งปวงด้วยความสามารถ.
              ๕. ญาตสัพพัญญู - รู้ธรรมทั้งปวงที่รู้แล้ว.
            กมสัพพัญญุตา  ย่อมมีไม่ได้   เพราะกาลเป็นที่รู้ธรรมทั้งปวงไม่
เกิดขึ้น    ตามลำดับ,
            สกิงสัพพัญญุตา   ก็มีไม่ได้   เพราะไม่มีการรับอารมณ์ทั้งปวงได้
ในคราวเดียวกัน,
            สัตตสัพพัญญุตา  ก็มีไม่ได้   เพราะความเกิดขึ้นแห่งจิตในอารมณ์
ตามสมควรแก่จิต   มีจักขุวิญญาณจิตเป็นต้น     และเพราะไม่มีการประ-
กอบในภวังคจิต,
            สัตติสัพพัญญุตา   พึงมีได้   เพราะสามารถรู้ธรรมทั้งปวงโดยการ
แสวงหา,
            ญาตสัพพัญญุตา   ก็พึงมีได้   เพราะธรรมทั้งปวงรู้แจ่มแจ้งแล้ว.
            ข้อว่า  ความรู้ธรรมทั้งปวงไม่มีในสัตติสัพพัญญุตาแม้นั้นย่อมไม่
ถูกต้อง.   เพราะท่านกล่าวไว้ว่า