| อะไร ๆ อันพระตถาคตเจ้านั้นไม่เห็นแล้วไม่ |
| มีในโลกนี้ อนึ่ง อะไร ๆ ที่ไม่รู้แจ้งและไม่ควรรู้ |
| ก็ไม่มี, สิ่งใดที่ควรแนะนำมีอยู่ พระตถาคตเจ้า |
| ได้รู้ธรรมทั้งหมดนั้นแล้ว เพราะเหตุนั้น พระตถา- |
| คตเจ้าจึงชื่อว่า สมันตจักขุ๑. |
| ฉะนั้น ญาตสัพพัญญุตาเท่านั้น ย่อมถูกต้อง. ก็เมื่อเป็นเช่นนี้ |
| สัพพัญญุตญาณนั่นแล ย่อมมีได้โดยกิจ โดยอสัมโมหะ โดยการสำเร็จ |
| แห่งเหตุ โดยเนื่องกับอาวัชชนะ ด้วยประการฉะนี้. อารมณ์เป็น |
| เครื่องกั้นญาณนั้นไม่มี เป็นญาณที่เนื่องด้วยอาวัชชนะนั่นเอง ฉะนั้น |
| ญาณนั้นจึงชื่อว่า อนาวรณะ - ไม่มีการติดขัด, อนาวรณะ นั้นนั่น |
| แหละ ท่านเรียกว่า อนาวรณญาณ ด้วยประการฉะนี้. |
| คำว่า อิมานิ เตสตฺตติ าณานิ - ญาณ ๗๓ เหล่านี้ ความ |
| ว่า ญาณทั้ง ๗๓ เหล่านี้ ท่านยกขึ้นแสดงด้วยสามารถแห่งญาณอันทั่ว |
| ไปและไม่ทั่วไปแก่พระสาวกทั้งหลาย. |
| คำว่า อิเมสํ เตสตฺตติยา าณานํ - แห่งญาณ ๗๓ เหล่านี้ |
| ความว่า แห่งญาณทั้งหลาย ๗๓ ญาณเหล่านี้อันท่านกล่าวแล้ว ตั้งแต่ |
|