๑๖๔    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๖๕
ต้น.   ก็คำนี้   เป็นฉัฏฐีวิภัตติลงในอรรถว่าเป็นกลุ่ม.   ปาฐะว่า  เตสตฺ-
ตตีนํ  ดังนี้ก็มี.    เมื่อกล่าวว่า   เตสตฺตติยา  พึงทราบว่าเป็นพหุวจนะ
ในรูปเอกวจนะ
            คำว่า  สตฺตสฏฺ€ิ   าณานิ - ญาณ  ๖๗ ได้แก่  ญาณ  ๖๗
นับตั้งแต่ต้นมา.
            คำว่า   สาวกสาธารณานิ - ทั่วไปแก่พระสาวก     ความว่า
ชื่อว่า   สาวก   เพราะเกิดโดยชาติแห่งอริยะในที่สุดแห่งการฟัง,  ชื่อว่า
สาธารณะ     เพราะการทรงไว้มีอยู่แก่ญาณเหล่านั้น,  ญาณ  ๖๗  นั้น
เป็นญาณที่ทั่วไปแก่พระสาวกของพระตถาคตเจ้าทั้งหลาย  ชื่อว่า สาวก-
สาธารณะ - ทั่วไปแก่พระสาวกทั้งหลาย.
            คำว่า  ฉ   าณานิ - ญาณ ๖  ได้แก่   ๖  ญาณที่ท่านยกขึ้น
แสดงในที่สุด.
            คำว่า   อสาธารณานิ   สาวเกหิ - ไม่ทั่วไปแก่พระสาวก
ความว่า   ญาณทั้งหลาย ๖ ญาณ      เฉพาะของพระตถาคตเจ้าทั้งหลาย
ไม่ทั่วไปแก่พระสาวกทั้งหลาย   ฉะนี้แล.
                                  อรรถกถาญาณกถามาติกุทเทส
                  ในอรรถกถาปฏิสัมภิทามรรค  ชื่อสัทธัมมปกาสินี  จบ
มหาวรรค  ญาณกถา
ว่าด้วย  ความหมายของปัญญาญาณ
            [๑]     ปัญญาในการทรงจำธรรมที่ได้ฟังมาแล้ว  เป็นสุตมยญาณ
อย่างไร  ?
            ปัญญาอันเป็นเครื่องทรงจำธรรมที่ได้ฟังมาแล้ว    คือเครื่องรู้ชัด
ธรรมที่สดับมาแล้วนั้นว่า อิเม  ธมฺมา  อภิญฺเยฺยา   ธรรมเหล่านี้ควร
รู้ยิ่งเป็นสุตมยญาณ,     ปัญญาอันเป็นเครื่องทรงจำธรรมที่ได้ฟังมาแล้ว
คือเครื่องรู้ชัดธรรมที่สดับมาแล้วนั้นว่า   อิเม    ธมฺมา    ปริญฺเยฺยา
ธรรมเหล่านี้ควรกำหนดรู้...   อิเม   ธมฺมา  ปหาตพฺพา    ธรรมเหล่านี้
ควรละ...    อิเม   ธมฺมา   ภาเวตพฺพา      ธรรมเหล่านี้ควรเจริญ ...
ธรรมเหล่านี้ควรทำให้แจ้ง...      ธรรมเหล่านี้เป็นไปในส่วนแห่งความ
เสื่อม ...   ธรรมเหล่านี้เป็นไปในส่วนแห่งความตั้งอยู่ ...    ธรรมเหล่านี้
เป็นไปในส่วนแห่งคุณวิเศษ ...      ธรรมเหล่านี้เป็นไปในส่วนแห่งการ
ชำแรกกิเลส...  สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง . . .   สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ ...
ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา ...  นี้ทุกขอริยสัจ ...  นี้ทุกขสมุทยอริยสัจ...
นี้ทุกขนิโรธอริยสัจ ...  นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ (แต่ละอย่าง)
เป็นสุตมยญาณ.