๑๖๗    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๖๘
แจ่มแจ้ง   เพื่อจะเปิดเผย    ซึ่งลักษณะตามปกติอันเป็นนัยไม่เคยรู้  ยังไม่
เคยเห็น   ยังไม่เคยเปรียบเทียบ  ยังไม่เคยใคร่ครวญ  ยังไม่เคยแจ่มแจ้ง
ยังไม่เคยเปิดเผย,   ปุจฉานี้   ชื่อว่า   อทิฏฐโชตนาปุจฉา.
            ทิฏฐสังสันทนาปุจฉา  เป็นไฉน?   คือ  บุคคลนั้นย่อมถาม
ปัญหาถึงลักษณะตามปกติที่ตนเคยรู้แล้ว    เคยเห็นแล้ว    เคยเปรียบ-
เทียบแล้ว     เคยใคร่ครวญแล้ว   เคยแจ่มแจ้งแล้ว     เคยเปิดเผยแล้ว
เพื่อเทียบเคียงกับบัณฑิตเหล่าอื่น     ปุจฉานี้    ชื่อว่า   ทิฏฐสังสันทนา
ปุจฉา.
            วิมติจเฉทนาปุจฉา    เป็นไฉน?   คือ   บุคคลนั้นตามปกติเป็น
ผู้แล่นไปสู่ความสงสัย   เป็นผู้แล่นไปสู่ความเคลือบแคลง  เป็นผู้แล่นไป
สู่ความเห็นอันเป็นเหมือนทาง ๒ แพร่ง      ย่อมถามปัญหาเพื่อตัดความ
สงสัยว่า      อย่างนั้นหรือหนอ  ?    หรือมิใช่อย่างนั้น ?   อะไรหนอ ?
อย่างไรหนอแลดังนี้    นี้ชื่อว่า   วิมติจเฉทนาปุจฉา.
            อนุมติปุจฉา   คือ  พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามปัญหาตามความ
รู้ของภิกษุทั้งหลายว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  พวกเธอสำคัญรูปนั้นว่า
เที่ยงหรือไม่เที่ยง ?  เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า  ไม่เที่ยงพระเจ้าข้า,
 ก็ตรัสถามต่อไปว่า  สิ่งใดไม่เที่ยง  สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุข ? เมื่อ
๑.-๒. ขุ. มหา. ๒๙/๗๐๐.
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า    เป็นทุกข์พระเจ้าข้า,     ก็ตรัสถามต่อไปอีกว่า
สิ่งใดไม่เที่ยงเป็นทุกข์มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา,   ควรละ
หรือที่จะยึดถือคือเห็นตามว่า  นั่นเป็นของเรา,   นั่นเป็นเรา,  นั่นเป็น
อัตตา  ตัวตนของเรา ?  ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า   ข้อนั้นไม่สมควร
เลยพระเจ้าข้า  ดังนี้    ชื่อว่า   อนุมติปุจฉา.
            กเถตุกัมยาปุจฉา   เป็นไฉน  ?   คือ  พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส
ถามแก่ภิกษุทั้งหลาย    โดยมีพระประสงค์จะแก้เองว่า   ดูก่อนภิกษุทั้ง
หลายสติปัฎฐานเหล่านี้มี  ๔.  สติปัฏฐาน  ๔  เป็นไฉน ?  ดังนี้   ชื่อว่า
กเถตุกัมยตาปุจฉา.  ในบรรดาปุจฉาทั้ง  ๕ เหล่านั้น  ปุจฉานี้   บัณฑิตพึง
ทราบว่า   เป็นกเถตุกัมยตาปุจฉาของพระสารีบุตรเถระ.
            บัดนี้   ท่านได้กล่าววิสัชนุทเทส - อุทเทสที่ตั้งไว้เพื่อจะแก้  ๑๖
ประการมีอาทิว่า      ปัญญาเป็นเครื่องทรงจำธรรมที่ได้ฟังมาแล้ว   คือ
เครื่องรู้ชัดธรรมที่สดับมาแล้วนั้นว่า      ธรรมทั้งหลายเหล่านี้ควรรู้ยิ่ง
ดังนี้    ชื่อว่า สุตมยญาณ   ตามกเถตุกัมยตาปุจฉาที่ยกขึ้นตั้งไว้ในเบื้องต้น.
            บรรดาคำเหล่านี้   ปาฐเสสะ  คือ  พระบาลีว่า  เทสยนฺตสฺส-
ของผู้แสดงอยู่   ของคำว่า  อิเม  ธมฺมา อภิญฺเยฺยา  -  ธรรมทั้งหลาย
เหล่านี้   ควรรู้ยิ่ง   ดังนี้หายไป.   อธิบายว่า    สุตะความรู้ที่ทรงจำธรรม
๑. วิ. มหา ๔/๒๑. ๒. สํ. มหา. ๑๙/๗๗๖.