| ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า เป็นทุกข์พระเจ้าข้า, ก็ตรัสถามต่อไปอีกว่า |
| สิ่งใดไม่เที่ยงเป็นทุกข์มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา, ควรละ |
| หรือที่จะยึดถือคือเห็นตามว่า นั่นเป็นของเรา, นั่นเป็นเรา, นั่นเป็น |
| อัตตา ตัวตนของเรา ? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้อนั้นไม่สมควร |
| เลยพระเจ้าข้า๑ ดังนี้ ชื่อว่า อนุมติปุจฉา. |
| กเถตุกัมยาปุจฉา เป็นไฉน ? คือ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส |
| ถามแก่ภิกษุทั้งหลาย โดยมีพระประสงค์จะแก้เองว่า ดูก่อนภิกษุทั้ง |
| หลายสติปัฎฐานเหล่านี้มี ๔. สติปัฏฐาน ๔ เป็นไฉน๒ ? ดังนี้ ชื่อว่า |
| กเถตุกัมยตาปุจฉา. ในบรรดาปุจฉาทั้ง ๕ เหล่านั้น ปุจฉานี้ บัณฑิตพึง |
| ทราบว่า เป็นกเถตุกัมยตาปุจฉาของพระสารีบุตรเถระ. |
| บัดนี้ ท่านได้กล่าววิสัชนุทเทส - อุทเทสที่ตั้งไว้เพื่อจะแก้ ๑๖ |
| ประการมีอาทิว่า ปัญญาเป็นเครื่องทรงจำธรรมที่ได้ฟังมาแล้ว คือ |
| เครื่องรู้ชัดธรรมที่สดับมาแล้วนั้นว่า ธรรมทั้งหลายเหล่านี้ควรรู้ยิ่ง |
| ดังนี้ ชื่อว่า สุตมยญาณ ตามกเถตุกัมยตาปุจฉาที่ยกขึ้นตั้งไว้ในเบื้องต้น. |
| บรรดาคำเหล่านี้ ปาฐเสสะ คือ พระบาลีว่า เทสยนฺตสฺส- |
| ของผู้แสดงอยู่ ของคำว่า อิเม ธมฺมา อภิญฺเยฺยา - ธรรมทั้งหลาย |
| เหล่านี้ ควรรู้ยิ่ง ดังนี้หายไป. อธิบายว่า สุตะความรู้ที่ทรงจำธรรม |
|