๑๗๑    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๗๒
            คำว่า  สพฺเพ   สงฺขารา -  สังขารทั้งปวง    ได้แก่   ธรรมอัน
เป็นไปกับด้วยปัจจัยทั้งปวง.    ก็ธรรมเหล่านั้น   ชื่อว่า   สังขตธรรม-
ธรรมอันมีปัจจัยปรุงแต่งแล้ว.         ธรรมเหล่าใดอันปัจจัยทั้งหลาย
ปรุงแต่งขึ้น  ฉะนั้น   ธรรมเหล่านั้น  จึงชื่อว่า   สังขาร,   สังขารเหล่านั้น
นั่นแหละ  ท่านกล่าวให้แปลกออกไปว่า  สังขตา  เพราะถูกปัจจัยทั้งหลาย
กระทำขึ้น.   รูปธรรมและอรูปธรรมที่เป็นไปในภูมิ ๓ ในอรรถกถาท่าน
กล่าวว่า   อภิสังขตสังขาร    เพราะเกิดแต่กรรม.     แม้อภิสังขตสังขาร
เหล่านั้น     ก็ย่อมสงเคราะห์เข้าใน  สังขตสังขาร    ดุจในคำเป็นต้นว่า
อนิจฺจา   วต  สงฺขารา - สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ    ดังนี้.
            สังขารทั้งหลาย      องค์ธรรมได้แก่กุศลอกุศลเจตนาในภูมิ ๓ มี
อวิชชาเป็นปัจจัย  มาแล้วในคำเป็นต้นว่า  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  บุรุษ
บุคคลนี้   ตกอยู่ในอำนาจอวิชชา   ย่อมตกแต่งสังขารอันเป็นบุญ
แต่บาป    ดังนี้   ชื่อว่า   อภิสังขรณกสังขาร.
            ความเพียรอันเป็นไปทางกายและทางใจ        มาในคำเป็นต้นว่า
คติแห่งอภิสังขารมีอยู่เท่าใด,    ก็ไปเท่านั้น  เหมือนกับถูกตรึงตั้งอยู่  ดังนี้
ชื่อว่า   ปโยคาภิสังขาร.
๑. ที. มหา. ๑๐/๑๔๗. ๒. สํ. นิ. ๑๖/๑๙๑. ๓. อง. ติก. ๒๐/๔๕๔.
            วิตกวิจาร  ปรุงแต่งวาจา  มาแล้วในคำเป็นต้นว่า  ดูก่อนวิสาขะ-
อุบาสกผู้มีอายุ     เมื่อภิกษุเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ    วจีสังขารดับก่อนแต่
นั้น   กายสังขารดับ   ต่อไปจิตสังขารจึงดับ   ฉะนั้น   จึงชื่อว่า   วจีสัง-
ขาร.
            อัสสาสะปัสสาสะ - ลมหายใจเข้าออก  ย่อมตกแต่งกาย   ฉะนั้น
จึงชื่อว่า    กายสังขาร.
            สัญญาด้วย    เวทนาด้วย    ย่อมตกแต่งจิต    ฉะนั้น   จึงชื่อว่า
จิตตสังขาร.   แต่ในที่นี้ท่านประสงค์เอา  สังขตสังขาร.
            ชื่อว่า   อนิจจา - ไม่เที่ยง     เพราะอรรถว่า   มีแล้วกลับไม่มี.
ชื่อว่า   ทุกขา - เป็นทุกข์   เพราะอรรถว่า   เบียดเบียน.
            คำว่า   สพฺเพ  ธมฺมา - ธรรมทั้งปวง   ท่านกล่าวรวมเอาพระ-
นิพพานเข้าไว้ด้วย.  ชื่อว่า  อนัตตา เพราะอรรถว่า  ไม่เป็นไปในอำนาจ.
            ในเมื่อควรจะกล่าวว่า  ทุกฺขสมุทโย  ทุกฺขนิโรโธ    ดังนี้    ท่าน
ก็ทำให้เป็นลิงควิปลาสเสียว่า   ทุกฺขสมุทยํ  ทุกฺขนิโรธํ  ดังนี้  ดุจใน
คำเป็นต้นว่า   อิทํ  ทุกฺขํ   อริยสจฺจํ   ดังนี้  แต่พระอริยะเจ้าทั้งหลายมี
พระพุทธเจ้าเป็นต้น   ย่อมแทงตลอด    ฉะนั้น  ท่านจึงกล่าวว่า   อริย-
สจฺจานิ     อริยสัจทั้งหลาย   ดังนี้.
            ชื่อว่า   อริยสัจ   เพราะเป็นสัจจะของพระอริยเจ้าดุจดังที่พระ-
ผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า
๑. ม. มู. ๑๒/๕๑๐.