| ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสัจ ๔ เหล่านี้แล |
| เป็นของจริงแท้ ไม่แปรผัน ไม่เป็นอย่างอื่น, |
| เพราะฉะนั้น จึงเรียกว่า อริยสัจ๑. |
| คำว่า สจฺจานิ - สัจจะทั้งหลาย ความว่า หากจะถามว่า |
| อะไรเป็นอรรถของสัจจะเล่า ? ก็มีคำตอบว่า ธรรมใดไม่วิปริตดุจดังมายา |
| เป็นธรรมที่ทำให้เข้าใจผิดพลาด ดุจพยับแดดเป็นดุจตัวตนด้วยการ |
| คาดคะเนเอาของพวกเดียรถีย์หาสภาวะมิได้ ย่อมปรากฏแก่ผู้พิจารณา |
| ด้วยปัญญาจักษุ, ธรรมเป็นแล เป็นโคจรของอริยญาณ โดยประการ |
| แห่ง สันติ - ความสงบ และ นิยยาน - การนำออก จากแดนเกิด |
| แห่งความลำบาก และโดยความเป็นจริงอันไม่วิปริต. ความเป็นจริงคือ |
| ความแท้ความไม่วิปริตนี้ พึงทราบว่าเป็นอรรถะของสัจจะ ดุจลักษณะ |
| แห่งไฟ และดุจปกติของโลก. ความพิสดาร ดุจดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้า |
| ตรัสไว้ว่า |
| ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแหละ |
| เธอทั้งหลายพึงทำความเพียรเพื่อรู้ตามเป็นจริงว่า นี้ |
| ทุกข์ เป็นของจริงแท้ ไม่แปรผัน ไม่เป็นอย่างอื่น๒. |
|