๑๗๕    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๗๖
อีกอย่างหนึ่ง
                             ทุกข์เป็นของทำให้ลำบาก    นอกจากทุกข์ไม่
            มีสิ่งใดทำให้ลำบาก  สิ่งนี้จึงเรียกว่าสัจจะ  เพราะ
            นิยามว่าทำให้ลำบาก,    เว้นจากสิ่งนั้นเสียแล้ว
            ทุกข์ไม่มีมาจากสิ่งอื่น    ด้วยเหตุที่สิ่งนั้นเป็นเหตุ
            แห่งทุกข์โดยแน่นอน  จึงเรียกสิ่งนั้นว่าวิสัตติกา-
                   คือตัณหาว่าเป็นสัจจะ,   ความสงบอื่นจากพระนิพ-
                   พานไม่มี   เพราะฉะนั้น  ความดับทุกข์จึงเป็นความ
            จริง    ด้วยเหตุที่พระนิพพานนั้นเป็นความดับทุกข์
            อย่างแน่นอน.   ทางนำออกนอกจากอริยมรรคไม่มี
            เพราะฉะนั้น       อริยมรรคจึงเป็นความจริง  เพราะ
            เป็นความนำออกอย่างแท้จริง,        เพราะเหตุนั้น
            บัณฑิตทั้งหลายจึงได้กล่าวว่า   ความเป็นจริงอันไม่
            วิปลาสจากความจริง     ในธรรมแม้ทั้ง  ๔  มีทุกข์
            เป็นต้น   ว่าเป็นอรรถะแห่งสัจจะเป็นพิเศษ   ดังนี้.
            ก็   สัจจะ    ศัพท์นี้    ย่อมปรากฏในอรรถเป็นอเนก   คือ
            ย่อมปรากฏในอรรถว่า  วาจาสัจจะ  ได้ในคำเป็นต้นว่า  บุคคล
พึงกล่าวความจริง  ไม่พึงโกรธดังนี้.
๑. ขุ. ธ. ๒๕/๒๗.
            ย่อมปรากฏในอรรถว่า   วิรติสัจจะ    ได้ในคำเป็นต้นว่า   และ
สมณพราหมณ์ทั้งหลายตั้งอยู่แล้วในสัจจะ   ดังนี้.
            ย่อมปรากฏในอรรถว่า  ทิฏฐิสัจจะ   ได้ในคำเป็นต้นว่า   พวก
มีทิฏฐิต่างกัน   ย่อมกล่าวสัจจะว่าสิ่งนี้แหละของจริง   พวกนั้นจะเรียกว่า
เป็นผู้ฉลาดเหมือนกันหมดหรืออย่างไร ?   ดังนี้.
            ย่อมปรากฏในอรรถว่า  ปรมัตถสัจจะ    คือนิพพาน  และมรรค
ในคำเป็นต้นว่า   สัจจะมีเพียงอย่างเดียว   สัจจะที่ ๒ ไม่มี    ซึ่งเป็นเหตุ
ให้ผู้รู้โต้เถียงกัน.
            ย่อมปรากฏใน   อริยสัจ  ในคำเป็นต้นว่า   สัจจะ ๔  เป็นกุศล
เท่าไร ? เป็นอกุศลเท่าไร ?  ดังนี้. แม้ในที่นี้    สัจจ  ศัพท์นี้นั้น  ย่อมเป็น
ไปในอรรถว่า   อริยสัจ   ฉะนี้แล.
                                อรรถกถาพรรณนาแห่งวิสัชนุทเทส
                           อันท่านสงเคราะห์แล้วในนิทเทสวาระ  จบ
๑. ขุ. ชา. ๒๘/๓๕๘. ๒.-๓. ขุ. สุ. ๒๕/๔๑๙. ๔. ขุ. ป. ๓๑/๕๕๑.