๑๗๘    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๗๙
๒.  อรรถกถาอภิญเญยยนิทเทส
ว่าด้วย   อภิญเญยยธรรม
            ๒]   บัดนี้    พระธรรมเสนาบดีสารีบุตรได้แสดงนิทเทสวารมี
อาทิว่า   กถํ  อิเม  ธมฺมา  อภิญฺเยฺย - ธรรมทั้งหลายเหล่านี้ควร
รู้ยิ่ง      อย่างไร ?  ดังนี้      ก็เพื่อจะแสดงธรรมอันท่านรวบรวมไว้ใน
วิสัชนุทเทส    เป็นประเภท ๆ ไป.
            ในคำเหล่านั้น   พระธรรมเสนาบดีสารีบุตรได้ยกวิสัชนาข้อละ
๑๐  ๆ   ตั้งแต่ด้นด้วยสามารถแห่งเอกนิทเทสเป็นต้นไป   ในคำทั้ง  ๕  มี
คำแสดงธรรมที่ควรรู้ยิ่งเป็นต้น   ขึ้นแสดงเทียบเคียง โดยปริยายแห่ง
ทสุตตรสูตร.
อรรถกถาเอกนิทเทส
ว่าด้วย  อาหาร
            บรรดาคำทั้ง ๕ นั้น  ในเบื้องแรก   คำว่า   สพฺเพ   สตฺตา-
สัตว์ทั้งปวง   ในอภิญเญยยนิทเทส  ได้แก่  สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง  ใน
ภพทั้งปวง  คือในกามภพเป็นต้น   ในสัญญาภพเป็นต้น  และในเอกโว-
การภพเป็นต้น.
            คำว่า  อาหารฏฺ€ิติกา - มีอาหารเป็นที่ตั้ง   ความว่า   การดำรง
อยู่ของสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น  เพราะอาหาร   ฉะนั้น  จึงชื่อว่า  อาหา-
รฏฺ€ิติกา -  มีอาหารเป็นที่ตั้ง.
            ก็ในคำว่า  €ิติ -  การดำรงอยู่นี้   ท่านประสงค์เอา  ความมีอยู่
ในขณะของตน.
            ชื่อว่า   อาหาร   เพราะเป็นเหตุแห่งการดำรงอยู่แห่งสัตว์ทั้งปวง
เป็นธรรมอันหนึ่ง     เป็นธรรมควรรู้ด้วยปัญญาอันยิ่ง.      ครั้นรู้ปัจจัย
แล้ว    ก็เป็นอันรู้ปัจจยุปบัน - ธรรมเกิดแต่ปัจจัย     เพราะปัจจัยและ
ปัจจยุปบันทั้ง  ๒  นั้นเพ่งความอาศัยกันและกัน.     ญาตปริญญา    เป็น
อันท่านกล่าวแล้วด้วยคำนั้น.
            ถามว่า   ก็เมื่อเป็นอย่างนั้น    คำใดที่ท่านกล่าวไว้ว่า    อสัญญ-
สัตตาเทวา - อสัญญสัตตาพรหม    ไม่มีเหตุ    ไม่มีอาหาร    ไม่มีผัสสะ๑
ดังนี้เป็นต้น   คำนั้นจะมิผิดไปหรือ  ?
            ตอบว่า    คำที่ท่านกล่าวนั้นไม่ผิด    เพราะฌานเป็นอาหารของ
อสัญญสัตตาเทวาเหล่านั้น.
            ถามว่า   ถึงแม้เป็นอย่างนั้น    คำนี้ว่า    ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
อาหารทั้งหลาย   ๔   เหล่านี้  เพื่อความตั้งอยู่แห่งสัตว์ผู้เกิดแล้ว   เพื่อ
อนุเคราะห์แก่เหล่าสัมภเวสี.
๑. อภิ. วิ. ๓๕/๑๐๙๙.