| อะไรเป็นอาหารของสัตว์เหล่านั้นเล่า ? กรรมนั่นแลเป็นอาหารของ |
| สัตว์เหล่านั้นดังนี้. |
| ถามว่า อาหารมี ๕ อย่างหรือ ? ตอบว่า คำนี้ไม่พึงกล่าวว่า |
| มี ๕ หรือมิใช่ ๕ ดังนี้. วาทะว่า ปัจจัยเป็นอาหาร ท่านกล่าวไว้ |
| แล้วมิใช่หรือ เพราะเหตุนั้น สัตว์เหล่านั้นเกิดในนรกด้วยกรรมใด, |
| กรรมนั้นนั่นแหละเป็นอาหารของสัตว์เหล่านั้น เพราะเป็นปัจจัยแห่ง |
| การดำรงอยู่. คำนี้ท่านกล่าวหมายเอาคำใด คำนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้า |
| ตรัสไว้แล้วว่า ก็สัตว์นรกยังไม่ทำกาละตราบเท่าที่บาปกรรมยังไม่ |
| สิ้น๑. |
| เพราะฉะนั้น คำว่า อาหารฏฺิติกา - มีอาหารเป็นที่ตั้ง จึง |
| มีความว่า มีปัจจัยเป็นที่ตั้ง. ก็ในคำนี้ว่า เพราะปรารภกพฬีการาหาร |
| ไม่พึงทำการกล่าวให้แตกต่างกันไป เพราะว่า ถึงแม้น้ำลายที่เกิดใน |
| ปากก็สำเร็จกิจเป็นอาหารแก่สัตว์เหล่านั้นใด. จริงอยู่ น้ำลายก็เป็น |
| ปัจจัยแก่พวกเกิดในนรกซึ่งเสวยทุกขเวทนา และแก่พวกเกิดในสวรรค์ |
| ซึ่งเสวยสุขเวทนา. |
| ในกามภพมีอาหาร ๔ โดยตรง, ในรูปภพและอรูปภพ เว้น |
| อสัญญีภพเสีย นอกนั้นมีอาหาร ๓. อสัญญีภพและภพนอกนี้เป็น มี |
| ปัจจยาหาร ด้วยประการฉะนี้ เพราะเหตุนั้น สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง |
| เป็นผู้มีอาหารเป็นที่ตั้ง ด้วยอาหารดังกล่าวมาแล้วนี้. |
|