๑๘๔    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๑๘๕
            บุคลาธิฏฐานบุคลเทสนา  เช่นแสดงว่า   ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
บุคคลคนเดียวเมื่อเกิดขึ้นในโลก       ย่อมเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์
เกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก  เพื่อควานสุขแต่ชนเป็นอันมาก    เพื่อ
อนุเคราะห์แก่ชาวโลก   เพื่อประโยชน์  เพื่อเกื้อกูล  เพื่อความสุข
แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย.
            บุคลาธิฏฐานธรรมเทสนา เช่นแสดงว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ความปรากฏขึ้นแห่งจักษุใหญ่ย่อมมี   เพราะความปรากฏขึ้นแห่ง
บุคคลคนเดียว.
            ในเทสนา ๔ เหล่านั้น   ในที่นี้    ท่านประสงค์เอา      บุคลา-
ธิฏฐานธรรมเทสนา.  ควรทราบว่า  ท่านแสดงศัพท์คือ   ธรรมะ  ด้วย
สัตตะศัพท์   เพราะมุ่งธรรมเท่านั้น        ตั้งแต่ต้นจนถึงหมวด  ๑๐, อีก
อย่างหนึ่งพึงทราบว่า  ท่านแสดงศัพท์คือ  สัตตะ  โดยวิเศษ  เพราะพึงเข้า
ไปใคร่ครวญ  ธรรม อันนับเนื่องในสันดานของสัตว์ได้ตามสภาวะด้วย
ญาณอันยิ่ง   หรือควรทราบว่า สังขารทั้งหลาย ท่านกล่าวว่า สัตว์ โดย
ผโลปจารนัย   เพราะเป็นเพียงบัญญัติว่าสัตว์ดังนี้     ก็เพราะอาศัยสังขาร
ทั้งหลาย.    สัตว์ไร  ๆ  ชื่อว่า   ตั้งอยู่ด้วยปัจจัยนั้นไม่มีเลย   ในที่ไหน ๆ
๑. องฺ. เอกก. ๒๐/๑๙๒. ๒. องฺ.เอกก. ๒๐/๑๔๔.
ก็มีแต่สังขารทั้งนั้น,  แต่ท่านเรียกอย่างนี้  ด้วยสามารถแห่งโวหาร.
ญาตปริญญา   เป็นอันท่านกล่าวไว้ด้วยคำนี้  ด้วยประการฉะนี้.
อรรถกถาทุกนิทเทส
ว่าด้วย  ธาตุ ๒
            คำว่า   เทฺว  ธาตุโย - ธาตุ  ๒   ได้แก่   สังขตธาตุ ๑  อสังขต-
ธาตุ  ๑.
            บรรดาธาตุทั้ง ๒ นั้น  ขันธ์  ๕  อันปัจจัยเป็นอเนกปรุงแต่ง
แล้ว  ชื่อว่า  สังขตธาตุ,   พระนิพพานอันปัจจัยอะไรๆ  ปรุงแต่งไม่ได้
แล้ว  ชื่อว่า  อสังขตธาตุ.
อรรถกถาติกนิทเทส
ว่าด้วย  ธาตุ  ๓
            คำว่า  ติสฺโส  ธาตุโย - ธาตุ ๓  ได้แก่  กามธาตุ  ๑. รูปธาตุ  ๑,
อรูปธาตุ ๑.
            บรรดาธาตุทั้ง ๓ นั้น   กามธาตุเป็นไฉน  ?
            ในเบื้องต่ำมีอเวจีนรกเป็นที่สุด,  ในเบื้องบนมีปรนิมมิตวสวัตดี