๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑   
           ๖. ปัญญาในการพิจารณาเห็นความแปรปรวนแห่งธรรม
                 ส่วนปัจจุบัน  เป็นอุทยัพพยญาณ,
           ๗. ปัญญาในการพิจารณาอารมณ์แล้วพิจารณาเห็นความ
                 แตกไป  เป็นวิปัสสนาญาณ,
           ๘. ปัญญาในการปรากฏโดยความเป็นภัย  เป็นอาทีนว-
                 ญาณ,
           ๙. ปัญญาในความปรารถนาจะพ้นไปทั้งพิจารณา  และ
                 วางเฉยอยู่  เป็นสังขารุเปกขาญาณ,
         ๑๐. ปัญญาในการออกและหลีกไปจากสังขารนิมิตภาย
                 นอก  เป็นโคตรภูญาณ,
         ๑๑. ปัญญาในการออกและหลีกไปจากกิเลส  ขันธ์  และ
                 สังขารนิมิตภายนอกทั้งสอง   เป็นมรรคญาณ,
         ๑๒. ปัญญาในการระงับปโยคะ  เป็นผลญาณ,
         ๑๓. ปัญญาในการพิจารณาเห็นอุปกิเลสนั้น ๆ อันอริย-
                 มรรคนั้น ๆ ตัดเสียแล้ว  เป็นวิมุตติญาณ,
         ๑๔. ปัญญาในการพิจารณาเห็นธรรมที่เข้ามาประชุมใน
                 ขณะนั้น  เป็นปัจจเวกขณญาณ,
         ๑๕. ปัญญาในการกำหนดธรรมภายใน  เป็นวัตถุนานัตต-
                 ญาณ,
         ๑๖. ปัญญาในการกำหนดธรรมภายนอก  เป็นโคจรนา-
                 นัตตญาณ,
         ๑๗. ปัญญาในการกำหนดจริยา  เป็นจริยานานัตตญาณ,
         ๑๘. ปัญญาในการกำหนดธรรม ๔ เป็นภูมินานัตตญาณ,
         ๑๙. ปัญญาในการกำหนดธรรม ๙ เป็นธรรมนานัตตญาณ,
         ๒๐. ปัญญาที่รู้ยิ่ง เป็นญาตัฏฐญาณ,
         ๒๑. ปัญญาเครื่องกำหนดรู้  เป็นตีรณัฏฐญาณ,
         ๒๒. ปัญญาในการละ เป็นปริจจาคัฏฐญาณ,
         ๒๓. ปัญญาเครื่องเจริญ  เป็นเอกรสัฏฐญาณ,
         ๒๔. ปัญญาเครื่องทำให้แจ้ง  เป็นผัสสนัฏฐญาณ,
         ๒๕. ปัญญาในความต่างแห่งอรรถ เป็นอรรถปฏิสัมภิทา-
                 ญาณ,
         ๒๖. ปัญญาในความต่างแห่งธรรม  เป็นธรรมปฏิสัมภิทา-
                 ญาณ,
         ๒๗. ปัญญาในความต่างแห่งนิรุตติ  เป็นนิรุตติปฏิสัม-
                 ภิทาญาณ,
         ๒๘. ปัญญาในความต่างแห่งปฏิภาณ  เป็นปฏิภาณปฏิ-
                 สัมภิทาญาณ,
         ๒๙. ปัญญาในความต่างแห่งวิหารธรรม  เป็นวิหารรัฏฐ-
                 ญาณ,