๒๐๒    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๒๐๓
            ไปในการใคร่ครวญธรรมต่อไป.
                   ๓.   เป็นผู้ยินดีอย่างแรงกล้าในการกำจัด
            ความอยาก     และเป็นผู้มีความรักอันไม่ปราศจาก
            ไปในการกำจัดความอยากต่อไป.
                   ๔.  เป็นผู้มีความยินดีอย่างแรงกล้าในการ
            หลีกเร้น    และเป็นผู้มีความรักอันไม่ปราศจากไป
            ในการหลีกเร้นต่อไป.
                   ๕.  เป็นผู้มีความพอใจอย่างแรงกล้าในการเริ่ม
            ความเพียร      และเป็นผู้มีความรักอันไม่ปราศจาก
            ไปในการเริ่มความเพียรต่อไป.
                   ๖.   เป็นผู้มีความพอใจอย่างแรงกล้าในความ
            เป็นผู้มีสติปัญญาเป็นเครื่องรักษาตัว    และเป็นผู้มี
            ความรักอันไม่ปราศจากไปในความเป็นผู้มีสติปัญ-
            ญาเป็นเครื่องรักษาตัวต่อไป.
                   ๗.  เป็นผู้มีความพอใจอย่างแรงกล้าในการ
            แทงตลอดด้วยทิฏฐิ      และเป็นผู้มีความรักอันไม่
            ปราศจากไปในการแทงตลอดด้วยทิฏฐิ      ต่อไป.
            ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย  นิททสวัตถุ ๗  ประการนี้แล*.
แม้พระเถระครั้นยกเทศนาอย่างนั้นขึ้นกล่าวว่า   สตฺต  นิทฺทสวตฺถูนิ
- นิททสวัตถุ  ๗  ดังนี้.
อรรถกถาอัฏฐกนิทเทส
ว่าด้วย อภิภายตนะ ๘
            ในคำว่า  อฏฺ€    อภิภายตนานิ - อภิภายตนะ  ๘ นี้   มีความ
ว่า  อายตนะทั้งหลายครอบงำฌานเหล่านั้น  ฉะนั้น  ฌานเหล่านั้นจึง
ชื่อว่า    อภิภายตนะ.     คำว่า   อายตนานิ    ความว่า   ฌานมีกสิณเป็น
อารมณ์กล่าวคืออายตนะเพราะอรรถว่าเป็นที่ตั้งอันยิ่ง.
            อธิบายว่า   ก็บุคคลผู้มีญาณอันยิ่ง  ผู้มีญาณแกล้วกล้าคิดว่า   อัน
เราพึงเข้าในอารมณ์นี้  เพราะเหตุไร ?  ภาระในการทำจิตให้เป็นเอกัคค-
ตา  ไม่มีแก่เราดังนี้    แล้วครอบงำอารมณ์เหล่านั้นเสียเข้าสมาบัติ,    ยัง
อัปปนาให้เกิดขึ้นในอารมณ์นี้    พร้อมกับการเกิดขึ้นแห่งนิมิต.    ฌานที่
ให้เกิดขึ้นโดยประการอย่างนี้   ท่านเรียกว่า  อภิภายตนะ.   อภิภายตนะ
๘   เป็นไฉน ?
๑. องฺ. สตฺตก. ๒๓/๑๘.