๒๑    ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑ ๖๘.พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค เล่ม ๗ ภาค ๑    ๒๒
         ใน ๒ ภูมินั้น    ปฏิสัมภิทาของพระมหาเถระ  ๘๐  องค์  มีพระ-
เถระผู้มีนามอย่างนี้  คือ  พระสารีบุตรแถระ.    พระมหาโมคคัลลานเถระ,
พระมหากัสสปเถระ,  พระมหากัจจายนเถระ,     พระมหาโกฏฐิตเถระ
เป็นต้น   ถึงซึ่งประเภทใน   อเสกขภูมิ,   ปฏิสัมภิทาของพระอริยบุคคล
ทั้งหลายมีพระอริยบุคคลผู้มีนามอย่างนี้    คือพระอานนทเถระ,    ท่าน
จิตตคฤหบดี    ท่านธรรมมิกอุบาสก,   ท่านอุบาลีคฤหบดี,   ขุชชุตตรา-
อุบาสิกา   เป็นต้น   ถึงซึ่งประเภทใน  เสกขภูมิ,    ปฏิสัมภิทาย่อมถึงซึ่ง
ประเภทในภูมิ  ๒  เหล่านี้  ด้วยประการฉะนี้.
         ปฏิสัมภิทา   ย่อมผ่องใสด้วยเหตุ   ๕  ประการ   เป็นไฉน ?   ย่อม
ผ่องใสด้วยเหตุ  ๕  ประการ   คือ   ด้วยอธิคม,    ด้วยปริยัติ,    ด้วย
สวนะ,   ด้วยปริปุจฉา,   ด้วยบุปพพโยคะ.
         ในเหตุ  ๕  ประการเหล่านั้น  การบรรลุพระอรหัต  ชื่อว่า  อธิคม.
ก็ปฏิสัมภิทาของผู้บรรลุพระอรหัต  ย่อมผ่องใส.
         พระพุทธพจน์  ชื่อว่า   ปริยัติ.    ก็ปฏิสัมภิทาของผู้เรียนพระ-
พุทธพจน์นั้น   ย่อมผ่องใส.
         การฟังพระสัทธรรม  ชื่อว่า   สวนะ.   ก็ปฏิสัมภิทาของผู้สนใจ
เรียนธรรมโดยเคารพ  ย่อมผ่องใส.
         กถาเป็นเครื่องวินิจฉัย   คัณฐีบทและอรรถบท   ในพระบาลีและ
อรรถกถาเป็นต้น  ชื่อว่า  ปริปุจฉา.  ก็ปฏิสัมภิทาของผู้ที่สอบสวน
อรรถในพระพุทธพจน์ทั้งหลายมีพระบาลีเป็นต้นที่ตนเรียนแล้ว    ย่อม
ผ่องใส.
         การบำเพ็ญเพียรในวิปัสสนากรรมฐานอยู่เนือง ๆ   จนกระทั่งถึง
สังขารุเปกขาญาณอันเป็นที่ใกล้อนุโลมญาณและโคตรภูญาณ      เพราะ
ความที่การบำเพ็ญวิปัสสนานั้น     อันพระโยคาวจรเคยปฏิบัติแล้วปฏิบัติ
เล่ามาในศาสนาของพระพุทธเจ้าองค์ก่อน  ๆ  ชื่อว่า   ปุพพโยคะ.    ก็
ปฏิสัมภิทาของผู้บำเพ็ญเพียรมาแล้วในปางก่อน   ย่อมผ่องใส   ปฏิสัมภิทา
ย่อมผ่องใสด้วยเหตุ  ๕ ประการเหล่านี้     ด้วยประการฉะนี้.
         ก็ในบรรดาเหตุทั้ง  ๕ เหล่านี้     เหตุ  ๓  เหล่านี้   คือ   ปริยัติ,
สวนะ,   ปริปุจฉา  เป็นเหตุมีกำลังเพื่อความแตกฉานแล.     ปุพพโยคะ
เป็นปัจจัยมีกำลังเพื่อ. การบรรลุพระอรหัต.
         ถามว่า     หมวด ๓ แห่งเหตุมีปริยัติเป็นต้น    ย่อมมีเพื่อความ
แตกฉาน  ไม่มีเพื่อความบรรลุหรือ ?
         ตอบว่า    มี,   แต่ไม่ใช่อย่างนั้น.    เพราะปริยัติ,    สวนะ   และ
ปริปุจฉา     จะมีในปางก่อนหรือไม่ก็ตาม     แต่เว้นการพิจารณาสังขาร
ธรรมด้วยการบำเพ็ญเพียรในปางก่อน   และการพิจารณาสังขารในปัจจุ-
บันเสียแล้ว   ชื่อว่า   ปฏิสัมภิทา   ก็มีไม่ได้.       เหตุและปัจจัยทั้ง  ๒  นี้